หอหรูอี้ จวนหลายแห่งก็ส่งคนไปที่หอหรูอี้ หวังจะรับเหล่าหญิงสาวที่ตกเป็นเหยื่อมาดูแลที่จวนของตน เพียงแต่ท่านหญิงฮั่นหรงไปถึงเร็วกว่าเท่านั้น”
พระชายาไม่คิดว่าจะมีคนกล้าโต้แย้งนาง จึงหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความไม่พอใจ และไม่แปลกใจเลยที่เห็นจี้ซินเยว่
“ดูเหมือนข่าวลือที่ว่าคุณหนูตระกูลเฉินปล่อยให้ทาสที่ท่านหญิงเฉินเลี้ยงดูมาหลายปีหนีไปนั้น คงไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยแล้สินะ” พระชายาหัวเราะเยาะ “ที่แท้ท่านหญิงเฉินก็ตั้งใจจะรับเหล่าหญิงสาวเหล่านั้นมาดูแลที่ตระกูลเฉินนี่เอง”
พูดจบ พระชายาก็หันไปมองหลี่เยว่หานแล้วพูดว่า “เยว่หาน เหตุใดเจ้ายังยืนอยู่ไกลเช่นนั้น รีบมานั่งข้างข้าเร็วเข้า!” พูดพลางโบกมือเรียกหลี่เยว่หาน
คังโร่วและหมิงจูที่ยืนอยู่ด้านหลังหลี่เยว่หานเห็นดังนั้นก็กระซิบกระซาบ
คังโร่ว “ท่านหญิง ปกติพระชายาแทบไม่คบหาสตรีจากจวนอื่น คงอยากสนิทสนมกับท่านหญิงจริง ๆ”
หมิงจู “แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่พระชายาอารมณ์แปรปรวน ใครจะรู้ว่านางจะพลิกหน้าใส่ท่านหญิงเมื่อไหร่!”
หลี่เยว่หานไม่สนใจว่าทั้งสองกำลังพูดอะไร ตอนนี้พระชายาเรียกนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางก็ไม่อาจเมินเฉยได้ จึงย่อกายคำนับแล้วเดินไปนั่งที่ตำแหน่งด้านซ้ายของที่นั่งรอง
“เช่นนี้สิถูก” พระชายาพยักหน้าอย่างพอใจ สายตาจับจ้องที่ท้องของหลี่เยว่หานแล้วถามอย่างระมัดระวัง “ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้ายิ่งนัก หลังจากเด็กในท้องเจ้าคลอดแล้ว สองตระกูลเราจะผู