ู้ว่าหลี่เยว่หานเป็นห่วงตระกูลอวี๋อย่างจริงใจ จึงจับมือนางพลางยิ้มพูดว่า “ใครจะไม่กลัวกันเล่า ไม่ใช่แค่เจ้าหรอก แม้แต่ข้าเองก็ยังกลัว แม้ว่าจวนกั๋วกงของพวกเราจะไม่เข้าข้างใคร แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะพลาดไปทำให้ผู้ที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์ในอนาคตโกรธหรือไม่ มีคำกล่าวว่าฮ่องเต้เปลี่ยน ขุนนางก็เปลี่ยน จวนขุนนางที่สืบทอดตำแหน่งของพวกเราดูเหมือนจะรุ่งเรืองมาร้อยปี แต้จริง ๆแล้วต้องระมัดระวังรักษาสืบทอดกันมาทีละรุ่น”
“แต่ตอนนี้จวนซิงกั๋วยอมรับข้าอย่างเปิดเผย ในสายตาคนนอก จวนซิงกั๋วมิใช่เหมือนยืนอยู่เบื้องหลังองค์รัชทายาทเช่นเดียวกับจวนขุนพลหรือ” หลี่เยว่หานถามถึงความกังวลของตน
“พวกเราไม่สนใจว่าคนนอกจะมองอย่างไร พวกเราสนใจแค่ว่าผู้ที่อยู่เบื้องบนจะมองอย่างไรก็พอ” ฟางจื่อหลานได้ยินคำพูดของหลี่เยว่หานรอยยิ้มก็เจอไปด้วยความขมขื่นเล็กน้อย”อีกอย่าง เจ้าก็เป็นบุตรสาวของตระกูลเรา พวกเราจะไม่ยอมรับเจ้าเพราะกลัวคนอื่นเข้าใจผิดไม่ได้ แม่ของเจ้าลำบากมามากพอแล้ว พวกเราไม่อาจปล่อยให้เจ้าต้องลำบากอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดของฟางจื่อหลาน หลี่เยว่หานจะไม่รู้สึกซาบซึ้งใจก็คงเป็นไปไม่ได้
ครั้งหนึ่งนางก็เคยมีลุงของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่หลังจากแม่เสียชีวิตไปแล้ว ครอบครัวของลุงและป้าก็ค่อย ๆ ห่างหายจากตระกูลหลี่ ในช่วงแรก ๆ ยังนึกถึงว่ามีหลานสาวอย่างนาง แต่แต่ละบ้านก็มีความกังวลของตัวเอง เมื่อไม่มีแม่เป็นสายสัมพันธ์