ลุงและป้าก็ค่อย ๆ ลืมนางไป
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีแม่เลี้ยงอย่างหวังเฟิ่งทุกครั้งที่ลุงมาเยี่ยมนางก็จะถูกหวังเฟิ่งเยาะเย้ยถากถาง ไม่มีใครชอบให้ตัวเองต้องเสียหน้า ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นลุงและป้าแอบไปเยี่ยมนางที่โรงเรียน และหลังจากนั้น… นางก็ไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ต่างมณฑล ไม่เคยกลับไปเมืองเล็ก ๆทางใต้นั้นอีกเลย
ด้วยสภาพแวดล้อมที่เติบโตมา ทำให้หลี่เยว่หานรู้สึกว่าตนเองเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก ปกติหากไม่มีธุระสำคัญก็แทบไม่ติดต่อกับใคร จนเวลาผ่านไปก็ขาดการติดต่อไปโดยปริยาย
หลังจากที่ฟางจื่อหลานปลุกความทรงจำเหล่านี้ขึ้นมา หลี่เยว่หานรู้สึกปวดร้าวในใจ ดวงตาแดงก่ำ พูดไม่ออกเพราะความสะอื้น
ฟางจื่อหลานเห็นดังนั้นจึงรีบปลอบใจทันที “เด็กดี ตอนนี้พวกเรามีชีวิตที่ดีแล้ว ไม่ใช่เด็กน่าสงสารที่ใคร ๆ ก็รังแกอีกต่อไป มีลุงกับป้าคอยดูแล ท่านแม่ทัพก็รักเจ้า เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องราชสำนักพวกนี้ พวกเราผู้หญิงควรรักตัวเองให้ดี”
หลี่เยว่หานร้องไห้จนพูดไม่ออก ฟางจื่อหลานก็ไม่ได้ปลอบอะไรอีก เพียงโอบนางเข้าสู่อ้อมกอด ลูบศีรษะเบา ๆ ถอนหายใจเบา ๆ รู้สึกจมูกแสบร้อน
หลี่เยว่หานร้องไห้ ไม่ใช่เพราะร่างเดิมต้องทนทุกข์มามากมาย
ที่นางกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ เพราะค้นพบว่าตนเองไม่ได้เป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก นางก็โหยหาความรักความอบอุ่นจากครอบครัว อยากได้รับการปกป้องและความรักจากครอบครัวเช่นกัน เพียงแต่ความโดดเดี่ยวและความเข้มแข