ถาน หลี่เยว่หานก็ยังรีบออกจากจวนกั๋วกงขึ้นรถม้ามุ่งหน้ากลับไปยังจวนขุนพล
หลังจากส่งหลี่เยว่หานกลับไปแล้ว ฟางจื่อหลานถอนหายใจลึก ๆ สั่งให้คนเฝ้าประตูลงกลอน จากนั้นก็เดินไปที่ห้องหนังสือของอวี๋เจ๋อฟาง
“ท่านคงเข้าใจจุดประสงค์ที่เยว่หานมาวันนี้แล้วกระมัง” เมื่อเข้ามาในห้องหนังสือ อวี๋เจ๋อฟางวางหนังสือในมือลง เดินมาหาฟางจื่อหลานเพิ่งจะเอื้อมมือไปจับมือนาง ยังไม่ทันได้พูดอะไร ฟางจื่อหลานก็รีบถามขึ้นมาก่อนทันที
อวี๋เจ๋อฟางถอนหายใจพลางพยักหน้า “เด็กคนนั้นมีวิสัยทัศน์ หากเลี้ยงดูในเมืองหลวงตั้งแต่เด็ก ต้องไม่ธรรมดาแน่”
“สตรีจะเก่งไปกว่านี้ได้อีกสักแค่ไหนเชียว” ฟางจื่อหลานตบมืออวี๋เจ๋อฟางเบา ๆ “ข้ากังวลว่าเยว่หานเป็นเด็กที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ที่ฝ่าบาทให้ความสนับสนุนนางมากมายเช่นนี้ ต้องมีจุดประสงค์แน่ แต่ข้าคิดไม่ออกว่าสตรีที่กำลังตั้งครรภ์อย่างเยว่หาน จะมีจุดไหนที่ทำให้ฝ่าบาทสนพระทัยได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี๋เจ๋อฟางก็โอบฟางจื่อหลานเข้าไปในอ้อมแขนเบา ๆ พลางเอาคางเกยศีรษะนาง พูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายว่า “จุดประสงค์ของฝ่าบาทที่มีต่อเยว่หานนั้นชัดเจนอยู่แล้ว เหตุใดเจ้าจึงคิดไม่ออกเล่า”
“นางเป็นภรรยาของเมิ่งฉีฮ่วนและเป็นคุณหนูแห่งจวนกั๋วกง ทั้งสองสถานะนี้ล้วนทำให้ฝ่าบาทต้องให้ความสำคัญ มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เยว่หานโดยไม่มีเหตุผล แม้เยว่หานจะมีความดีความชอบ