ข้าเป็นหญิงม่ายตระกูลเฉิน มีราชทินนามชั้นหนึ่ง ฮ่องเต้จะมาลำบากใจกับข้าที่เป็นแม่ม่ายเพราะตระกูลหลิวที่เป็นสามัญชนหรือ!”
“ตอนนี้ดีเลย! นางรีบวิ่งไปส่งมอบหลักฐานให้เขา ทั้งยังให้หลี่เยว่หานจับส่งทางการ!” จี้ซินเยว่โกรธจนเตะกุ้ยเอ้อร์อีกที “ไสหัวไป! ไปบอกท่านผู้พิพากษาที่ที่ว่าการ! เรื่องนี้ข้าไม่ยุ่ง! จะตัดสินอย่างไรก็ตามแต่! ไม่เกี่ยวกับข้า!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ กุ้ยเอ้อร์ที่ถูกเตะล้มลงกับพื้นถึงกับตาโต “คุณหนู ท่านหญิงทำทั้งหมดก็เพื่อท่านนะเจ้าคะ!”
“เพื่อข้าหรือ?” ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธของจี้ซินเยว่แสดงความเยาะเย้ยเต็มที่ “หากทำเพื่อข้าจริง ๆ นางก็ไม่ควรทำอะไรตามใจชอบแบบนี้! สถานการณ์แบบนี้ถ้าข้าไปช่วยนาง ข้าก็ต้องพลอยเดือดร้อนแน่! เจ้าเข้าใจไหม! ถ้าข้าล้ม นางก็จะไม่มีใครส่งศพด้วยซ้ำ!”
กุ้ยเอ้อร์มองดูจี้ซินเยว่อย่างไม่อยากเชื่อ “คุณหนู ที่ท่านหมายถึงคือ…จะปล่อยให้ท่านหญิงตายไปหรือ?”
“เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าหลี่เยว่หานจะให้คนโบยตีท่านแม่ห้าสิบไม้แล้วส่งไปเนรเทศอีก!” จี้ซินเยว่โกรธจัด ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ดื่มน้ำชาอึกใหญ่แล้วพูดว่า “ร่างกายของนาง โดนตีห้าสิบไม้ก็ไม่รอดแล้ว ไม่ต้องพูดถึงการเนรเทศเลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง กุ้ยเอ้อร์ก็รู้สึกเหมือนมีเสียงดังสนั่นข้างหู ราวกับมีบางสิ่งพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง หลังจากคุกเข่าอยู่นาน ดูเหมือนจะอยากขอร้องจี้ซินเยว่อีกครั้ง แต่ไม่รู้ท