าหลิ่วเทียนเสียงลวนลามนาง หลิ่วเทียนเสียงใส่ร้าย แม่ลูกคู่นี้ช่างเพิ่มสีสันให้กับเมืองหลวงที่กำลังอยู่ในภาวะกฎอัยการศึกได้ไม่น้อย
“ไปจวนสกุลหลิ่วกัน!” หลี่เยว่หานแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็วก่อนจะพาหมิงจูออกจากประตูไป
เมื่อนางนั่งรถม้ามาถึงหน้าจวนสกุลหลิ่ว ท่านหญิงสกุลจี้ยังคงยืนอยู่หน้าจวน ไม่ได้บุกเข้าไป เพียงแค่ถือดาบยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเย็นชาจ้องมองประตูใหญ่ของจวนสกุลหลิ่วที่ถูกปิดแน่นหนา มีท่าทางสง่างามไม่แพ้บุรุษ
“ท่านหญิงหานรง มาถึงเร็วจริง!” ท่านหญิงสกุลจี้เห็นหลี่เยว่หานที่กำลังท้องแก่เดินลงจากรถม้า จึงเอ่ยด้วยพลางส่งยิ้มเย็นชา “หากไม่รู้ข้าคงคิดว่าท่านหญิงตั้งใจจะมาล้างบางสายโลหิตตัวเองอีกครั้งเพื่ออ้างคุณธรรมเสียอีก”
หลังจากได้ยินคำพูดนั้น หลี่เยว่หานกลับไม่รีบร้อน หลังจากลงจากรถม้าและยืนมั่นคงแล้ว นางก็ค่อย ๆ กล่าวว่า “วาจาของท่านหญิงแปลกประหลาดนัก ข้าเพียงได้ข่าวมาว่าท่านหญิงสกุลจี้ถือดาบมาขวางหน้าจวนสกุลหลิ่ว ด่าว่าท่านพ่อบุญธรรมของข้ากลางถนน ทั้งไม่คำนึงถึงเกียรติยศหรือฐานันดรใด ๆ ข้าคิดว่าท่านหญิงสกุลจี้คงเหนื่อยไม่น้อย ข้าจึงนำขนมและน้ำมาส่งให้ท่านหญิงสกุลจี้ เพื่อจะได้มีแรงก่อเรื่องต่อไปอีกสักพัก”
พูดจบ หลี่เยว่หานยกมือเบา ๆ ทันใดนั้นคนรับใช้หลายคนกรูเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ นำโต๊ะเก้าอี้มาวางข้างท่านหญิงสกุลจี้ จากนั้นน้ำชาร้อนกรุ่นและขนมสดใหม่ก็ถูกนำมาจัดวางตรงหน้าอย