่างนอบน้อม
ท่านหญิงสกุลจี้อายุมากแล้ว แต่จิตใจยังคงหนักแน่นมั่นคงกว่าสตรีเยาว์วัยเช่นจี้ซินเยว่ เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า นางกลับไม่มีทีท่าหวั่นไหวแม้แต่น้อย “ข้าไม่กล้าแตะต้องของกินที่ท่านหญิงหานรงส่งมาหรอก หากมีสิ่งใดเจือปนอยู่ข้างใน ด้วยวัยเช่นข้าแล้ว ข้าเกรงว่าร่างกายของข้าจะรับไม่ไหว”
หลี่เยว่หานคาดการณ์ไว้แล้วว่าท่านหญิงสกุลจี้จะพูดเช่นนี้ ดังนั้นขณะที่ท่านหญิงสกุลจี้กำลังพูดอยู่ นางจึงก้าวไปข้างหน้า พร้อมกับชิมน้ำชาและขนมที่ตนจัดวางไว้ทั้งหมด จากนั้นก็หยิบกาน้ำชาที่วางอยู่ข้าง ๆ รินชาให้ท่านหญิงสกุลจี้หนึ่งถ้วย นางยิ้มพลางกล่าวว่า “ดูสิ ข้ายังกล้าลิ้มรสเอง ย่อมไม่มีสิ่งใดเจือปนอยู่แน่นอน ท่านหญิงสกุลจี้นี่ช่างเอาใจคนต่ำทรามมาตัดสินผู้ยึดถือคุณธรรมเสียจริง ข้าชักนึกสงสารท่านเสียแล้ว”
“แค่สามัญชนผู้ต่ำต้อย ยังกล้าอาจเอื้อนคำอวดอ้างคุณธรรม!” ท่านหญิงสกุลจี้ไม่ยอมรับ “เอาแต่พร่ำพูดถึงพ่อบุญธรรมของเจ้าไม่หยุดปาก เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านพ่อบุญธรรมของเจ้าเคยข่มเหงแม่ลูกของข้าผู้ไร้ที่พึ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนที่หอเหวินเซียง เขายังกล้าลวนลามข้าต่อหน้าผู้คนทั้งหอ! แต่เดิมข้าก็คิดจะอดกลั้น ไม่ปรารถนาจะสร้างเรื่อง ทั้งยังห้ามซินเยว่ไม่ให้แตะต้องเขา เพราะเห็นว่าเป็นคนจากแดนไกล ไม่รู้จักกฎบ้านกติกาเมือง แต่ซินเยว่ของข้านั้นสงสารที่ข้าต้องทนถูกรังแก อีกทั้งโชคชะตานำพาให้ล่วงรู้เรื่องที่ไอ้หลิ่