่าการข้าพูดถูกหรือไม่?”
“ตามกฎหมายก็เป็นเช่นนั้น” ท่านผู้ว่าการพยักหน้ารับ “ท่านหญิงเฉิน ข้าขอเตือนท่านว่าอย่าได้เข้ามายุ่งกับคดีนี้เลย แม้การสร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่จะมาจากเงินชดเชยของท่านหญิงหานหรง แต่เรื่องนี้ท่านก็มีส่วนพัวพันไม่น้อยหากภายหลังพิสูจน์ได้ว่าท่านจงใจใส่ร้าย เกรงว่าหากฝ่าบาททรงทราบคงจะเอาเรื่องท่านแน่ ๆ”
เดิมจี้ซินเยว่ตั้งใจจะออกมาร่วมชี้ตัวหลิ่วเทียนเสียงกับอาเกิ่งบีบให้ท่านผู้ว่าการต้องคุมขังเขา แต่เมื่อได้ยินคำพูดท่านผู้ว่าการนางก็ต้องกลั้นเอาไว้ กดข่มความไม่พอใจไว้ในใจ แล้วยอมลดตัวลงกล่าว “เหตุผลข้าย่อมเข้าใจ แต่ข้าก็หวังว่าท่านผู้ว่าการจะไขคดีนี้ได้โดยเร็วและเอาเงินบริจาคที่ถูกยักยอกกลับคืนมา!”
พูดจบ จี้ซินเยว่ก็สะบัดแขนเสื้อจากไปทันที
หลี่เยว่หานสังเกตเห็นว่าตอนจี้ซินเยว่เดินจากไปแล้ว อาเกิ่งยังมองนางอย่างตื่นตระหนก แล้วรีบกลับมาคุกเข่านิ่งเหมือนเดิม
“เอาละ เลิกศาล อาเกิ่งท่านกลับจวนพร้อมข้า” ท่านผู้ว่าการพูดพลางเคาะไม้ตะลุมพุกลุกขึ้น
เสียงไม้เคาะดังขึ้นตัดคำพูดของอาเกิ่ง หลี่เยว่หานเดินออกจากศาลพร้อมกับหลิ่วเทียนเสียง
ด้านนอกมีชาวบ้านมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก
เมื่อเห็นหลี่เยว่หานและหลิ่วเทียนเสียงเดินออกมา ก็มีคนใจกล้าตะโกนขึ้นถามว่า “ท่านหญิง! ท่านหญิง! นายท่านหลิ่วยักยอกเงินบริจาคจริงหรือไม่!”
หลี่เยว่หานยิ้มบาง ๆ โดยมีหมิงจูคอยพยุง ยืนอยู่ต่อหน้าฝูงชน กล่า