วว่า “ท่านพ่อบุญธรรมของข้าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริต เรื่องนี้ท่านผู้พิพากษาเห็นว่ามีจุดน่าสงสัยในคดีนี้อยู่มาก แต่หลักฐานยังไม่เพียงพอ และนี่คงเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากผู้ไม่หวังดี ข้าเชื่อว่าท่านผู้พิพากษาจะคืนความบริสุทธิ์ให้ท่านพ่อบุญธรรมของข้าแน่นอน!”
“พูดเช่นนี้ แสดงว่าท่านหญิงท่านหญิงต้องการปกป้องนายท่านหลิ่วใช่หรือไม่!” มีเสียงใครบางคนตะโกนขึ้นมา
หลี่เยว่หานยังคงไม่รีบร้อน กล่าวต่อว่า “ข้าเชื่อมั่นในตัวท่านพ่อบุญธรรมของข้า ในอดีตตระกูลหลิ่วเคยรุ่งเรืองอยู่ในเมืองอำเภอหย่งอันเพียงใด เงินเพียงสิบล้านหยวนในสายตาของตระกูลหลิ่วก็ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่อะไร ข้าไม่จำเป็นต้องปกป้องท่านพ่อบุญธรรมของข้า ทรัพย์สินที่ได้มาอย่างไม่ชอบธรรม พวกข้าไม่ควรรับไว้ นี่คือสิ่งที่ท่านพ่อบุญธรรมเคยสอนข้าไว้ ข้าเชื่อในตัวท่าน และเชื่อว่าท่านผู้พิพากษาจะคืนความบริสุทธิ์ให้กับท่านพ่อบุญธรรมของข้า!”
“ท่านหญิง ท่านหญิงเป็นบุตรบุญธรรมของนายท่านหลิ่วย่อมต้องพูดเข้าข้างนายท่านหลิ่วอยู่แล้ว! ข้าว่านะ ถึงแม้ว่านายท่านหลิ่วจะทำจริง ๆ แต่ด้วยความสามารถของท่านหญิง ท่านหญิงก็คงต้องช่วยนายท่านหลิ่วได้อยู่ดี! พวกเราเป็นแค่สามัญชนจะยุ่งไปทำไมกัน! แขนไม่มีทางสู้ขาได้หรอกท่านหญิง!” มีคนตะโกนยั่วยุขึ้นมาอีกครั้ง
หลี่เยว่หานยังคงใจเย็น พูดเสียงเรียบว่า”หากทุกคนไม่เชื่อ แทนที่จะมายืนฟังคำใส่ร้ายจากผู้ไม่หวังดี ทำไมไม่ไปสอบถามช่างฝ