ีมือและอาหญิงที่ทำอาหาร ซักผ้า ที่ถูกจ้างไปทำงานที่หมู่บ้านผู้อพยพนอกเมืองดูล่ะว่าพวกเขาถูกหักค่าแรงจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เรื่องจริงก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าท่านพ่อบุญธรรมของข้าเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตจริง ๆ”
พูดถึงตรงนี้ หลี่เยว่หานก็ไม่คิดจะอยู่ที่หน้าศาลต่อ หมิงจูยังคงคอยพยุงตัวนาง ส่วนเฮ่อเจิ้งเทียนพยุงหลิ่วเทียนเสียงที่ถูกทำร้าย ขึ้นรถม้าไปตามลำดับ
เมื่อรถม้าเคลื่อนที่ เสียงอึกทึกภายนอกก็ค่อย ๆ เงียบลง
หลิ่วเทียนเสียงถอนหายใจเบา ๆ มองหน้าหลี่เยว่หานด้วยความละอายใจ ก่อนจะกล่าวว่า “เยว่หานทำให้เจ้าต้องลำบากอีกแล้ว ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าไอ้หนูจื้อหย่วนอยู่ข้างนอกแล้วจะไปพูดจาเหลวไหลแบบนี้…”
“ท่านพ่อพูดเกินไปแล้ว” หลี่เยว่หานปลอบใจเขา “ที่ท่านพ่อต้องแบกรับข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงเช่นนี้ เป็นเพราะความไม่กตัญญูของข้าเอง”
“เฮ้อ เจ้านี่ช่างเป็นเด็กดีจริง ๆ เรื่องวันนี้ท่านพ่อทำให้เจ้าต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย” หลิ่วเทียนเสียงพูดพลางน้ำตาคลอ พยายามจะเช็ดน้ำตา แต่กลับไปโดนแผลบนหน้าเข้า ถึงกับส่งเสียงสูดปากด้วยความเจ็บปวด
“คนของจวนเฉินกล้ามาทำร้ายท่านพ่อ ข้าจะเก็บเรื่องนี้ไว้ในบัญชีดำของจี้ซินเยว่” หลี่เยว่หานเห็นดังนั้น จึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้หลิ่วเทียนเสียงพร้อมกับสัญญาว่า “ท่านพ่อวางใจได้ ความอัปยศที่ท่านพ่อได้รับในวันนี้ ข้าจะต้องเอาคืนให้ได้!”
“เด็กดี ท่านพ่อรู้ว่าเจ้ากตัญญู” หลิ่วเทียนเ