สียงถอนหายใจลึก ๆ ในขณะที่ซาบซึ้งใจที่หลี่เยว่หานกำลังปกป้องตน แต่ในใจกลับอดตำหนิหลิ่วจื้อหย่วนบุตรชายคนเดียวที่ไร้ความสามารถในใจไม่ได้
หลังจากส่งหลิ่วเทียนเสียงกลับจวนตระกูลหลิ่ว และอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หลิ่วฟูเหรินฟังแล้ว หลี่เยว่หานยังทิ้งทหารองครักษ์ไว้สิบนายเพื่อรับประกันว่าจะไม่มีใครมาก่อกวนอีก จากนั้นจึงขึ้นรถม้ามุ่งหน้าไปยังวังหลวงทันที
“ท่านหญิงจะไปขอให้ฝ่าบาทตัดสินเรื่องนี้หรือเพคะ?” หมิงจูถามด้วยความสงสัย
“ไม่ใช่” หลี่เยว่หานส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าจะไปขอพระบรมราชโองการให้กรมการคลังมาตรวจสอบบัญชี และให้กรมอาญามาสืบคดีนี้ จี้ซินเยว่อยากให้เรื่องนี้บานปลายอยากเหยียบหน้าตระกูลหลิ่วไม่ใช่หรือไง ข้าก็จะช่วยนางทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต ให้จวนเฉินได้มีโอกาสเปล่งประกายอีกครั้ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หมิงจูถึงกับตาโตพลางกล่าวว่า”ท่านหญิงจะใช้นามของคุณหญิงเฉินไปขอพระบรมราชโองการให้สืบสวนหรือเพคะ?”
“อืม” หลี่เยว่หานพยักหน้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “จี้ซินเยว่เป็นบ้าไปแล้วที่มาหาเรื่องข้า พวกเราก็ช่วยสร้างชื่อเสียงให้นางหน่อยแล้วกัน ส่วนผลการสืบสวนจะออกมาอย่างไร ก็ต้องดูว่ามือของจี้ซินเยว่จะสะอาดแค่ไหน”
นึกถึงปฏิกิริยาของอาเกิ่งตอนที่จี้ซินเยว่สะบัดแขนเดินจากไป หลี่เยว่หานมั่นใจมากว่าจี้ซินเยว่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ ๆ
หลี่เยว่หานเข้าวังไปไม่นานก็ออกมาอีกครั้ง
ในเวลาเ