นี้ ก็เพราะนางเคยเป็นหญิงผู้มีปัญญาอันดับหนึ่งที่ผู้คนในเมืองหลวงชื่นชม และเพราะนางสูญเสียสามีตั้งแต่ยังเยาว์ กระนั้นยังรักษาความซื่อสัตย์มาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังมีตำแหน่งท่านหญิงขั้นหนึ่ง
แต่ท่านผู้ว่าการพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็ทำลายภาพลักษณ์ที่จี้ซินเยว่ภาคภูมิใจ ทำให้นางรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมา “ข้าแค่ทนเห็นคนทำชั่วไม่ได้เท่านั้น!”
“เมื่อครู่ตอนที่เฉินฟูเหรินอาละวาดหน้าจวนขุนพลของข้า บอกว่ามีหลักฐานชัดเจน แต่พอมาถึงศาล กลับกลายเป็นแค่ทนเห็นคนทำชั่วไม่ได้?” หลี่เยว่หานทำหน้างุนงง “ไม่ทราบว่าเฉินฟูเหรินมีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ว่าท่านพ่อบุญธรรมของข้าโกงเงิน หรือว่าแค่มีจิตใจเป็นธรรมอยากจะนำตัวคนที่โกงเงินบริจาคตัวจริงมาลงโทษกันแน่?”
“เจ้า…” จี้ซินเยว่ถูกหลี่เยว่หานทำให้พูดไม่ออก ได้แต่สะบัดแขนเสื้อด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วด่าทอว่า “หญิงไร้ความรู้! ข้าไม่อยากต่ำให้เสมอเจ้า!”
“เงียบ!” ท่านผู้ว่าการตบไม้เคาะบัลลังก์ ในใจรู้สึกเบื่อหน่ายจี้ซินเยว่อย่างถึงที่สุด จากนั้นก็จ้องมองอาเกิ่งพลางกล่าวว่า “อาเกิ่ง คำพูดไร้น้ำหนัก เจ้ามีหลักฐานชัดเจนที่พิสูจน์ว่านายท่านหลิ่วโกงเงินบริจาคหรือไม่?”
“ยัง… ยังมีคนรู้…” อาเกิ่งก้มหน้าไม่กล้ามองท่านผู้ว่าการ แต่เสียงพูดกลับไม่เบา “นายน้อยหลิ่ว ช่วงนี้นายน้อยหลิ่วมีเงินมากเป็นพิเศษ มักจะไปที่หอฝานเทียนบ่อย ๆ ได้ยินว่าหนึ่งคืนใช้เงินเป็นพันตำลึง ตระกูลหลิ่วเ