พิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีเงินมากมายให้นายน้อยหลิ่วใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย! ดังนั้นจึงมีคนเคยถามนายน้อยหลิ่ว และนายน้อยหลิ่วพูดด้วยตัวเองว่า ตระกูลหลิ่วร่ำรวยมหาศาล…”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิ่วเทียนเสียงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป “ท่านผู้ดูแล ตระกูลหลิ่วของข้าที่อำเภอหย่งอันก็เป็นตระกูลใหญ่ที่ทำการค้าขายมาหลายชั่วอายุคน เพียงเพราะตระกูลหลิ่วของพวกข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน แม้แต่การที่พวกข้าทำเงินได้ก็ผิดด้วยหรือ?”
หลังจากกล่าวจบ หลิ่วเทียนเสียงก็ประสานมือคำนับท่านผู้ว่าการ “ขอท่านผู้ว่าการโปรดพิจารณา เงินทุกตำลึงที่ลูกข้า หลิ่วจื้อหย่วนใช้ล้วนมาจากส่วนกลางของครอบครัว ช่วงนี้ร้านค้าของตระกูลหลิ่วทยอยปิดทำการชั่วคราว จึงแบ่งผลกำไรเร็วกว่าปกติ แม้ตระกูลหลิ่วจะเพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นาน แต่ก็มีกิจการในเมืองหลวงมานานแล้ว อีกทั้งอำเภอหย่งอันไม่อาจเทียบความเจริญของเมืองหลวงได้ ลูกข้าเป็นคนเกเร ไร้ความสามารถ เห็นเงินปันผลมากกว่าที่อำเภอหย่งอันย่อมพูดว่าตระกูลหลิ่วร่ำรวยออกมา! แต่คำพูดนี้ไม่อาจใช้เป็นหลักฐานได้จริง ๆ!”
ท่านผู้ว่าการย่อมรู้ว่าคำพูดนี้ใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ เขายังคงสงสัย อาเกิ่งรับใช้ในจวนมาสิบกว่าปีแล้ว เหตุใดจู่ ๆ จึงออกมากล่าวหาตระกูลหลิ่วที่เพิ่งมาถึงเมืองหลวงไม่นานอย่างไร้เหตุผล?
อีกทั้งตระกูลหลิ่วนี้ยังเป็นญาติบุญธรรมของหานหรงฟูเหริน ผู้สูงศักดิ์คนใหม่ของเมือ