ขุนพล หลี่เยว่หานขึ้นรถม้า ทางด้านเฮ่อเจิ้งเทียนก็พาหลิ่วเทียนเสียงมาจากมือคนสกุลเฉิน ขึ้นรถม้าอีกคัน มุ่งหน้าไปที่ศาลอย่างเปิดเผย
“เฉินฟูเหริน เจ้าไม่ได้จะไปฟ้องร้องท่านพ่อบุญธรรมของข้าที่ศาลว่าโกงกินหรอกหรือ เหตุใดยังยืนอยู่หน้าจวนขุนพลของข้า หรือว่าเจ้าเปลี่ยนใจกะทันหัน?” ก่อนรถม้าจะออกไป หลี่เยว่หานเลิกม่านขึ้นแล้วโยนคำพูดเช่นนี้ใส่จี้ซินเยว่
จี้ซินเยว่โกรธหลี่เยว่หานจริง ๆ จึงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดทันที “คอยดูเถอะ!”
หลี่เยว่หานไม่ตอบ ปล่อยม่านลง รถม้าก็ออกเดินทางอย่างรวดเร็ว
เห็นหลี่เยว่หานไปแล้ว จี้ซินเยว่ยิ่งไม่รอช้า รีบเรียกบรรดาท่านหญิงขึ้นรถม้าแล้วไล่ตามไป
ที่ศาลประจำเมือง
ท่านผู้ว่าการมองดูหลี่เยว่หานและหลิ่วเทียนเสียงที่เพิ่งถูกแก้เชือกยืนอยู่ในศาลด้วยความปวดหัว พลางกล่าวอย่างจนปัญญา “หานหรงฟูเหริน คดีนี้ข้าเพิ่งจะมีเบาะแสเล็กน้อย เกี่ยวข้องกับนายท่านหลิ่วหรือไม่ก็ยังไม่แน่ชัด เหตุใดท่านถึงส่งตัวคนมาโดยตรงเช่นนี้?”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลี่เยว่หานทำหน้าประหลาดใจ “เฉินฟูเหรินเพิ่งจับท่านพ่อบุญธรรมของข้าไปที่จวนขุนพลและก่อเรื่องวุ่นวาย ข้าคิดว่าคดีได้ข้อสรุปแล้ว จึงรับตัวท่านพ่อบุญธรรมจากมือเฉินฟูเหรินส่งมาที่ศาล ที่แท้คดียังไม่ได้เริ่มสืบสวนเลยหรือ?”
“ใช่แล้ว” ท่านผู้ว่าการพยักหน้าพลางถอนหายใจ “เนื่องจากเรื่องของร้านหรูอี้เก๋อมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย ข้าเป็นคนขอให้นายท่าน