ห้ได้!”
เมื่อเห็นสีหน้าเด็ดเดี่ยวของหรูหาน หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ดี ถ้าเช่นนั้นก็ตามใจเจ้า”
กลับกลายเป็นฟางจื่อหลานที่สงสารจนน้ำตาไหล
จงเจิ้งอวี่พาคนมาถึงห้องโถงใหญ่อย่างรวดเร็ว สือฮ่าวโยนคนลงตรงหน้าหลี่เยว่หานทันที จงเจิ้งอวี่กล่าวขึ้นว่า “คนผู้นี้ชื่อเฉินหมิง เป็นทาสของร้านจือเป่าจาย!”
ขณะที่หลี่เยว่หานกำลังแปลกใจว่าเหตุใดจงเจิ้งอวี่ถึงพาทาสของร้านจือเป่าจายมาพบนาง กัวหรูหานก็พลันคลุ้มคลั่งขึ้นมา คว้าถ้วยชาข้าง ๆ ขว้างใส่เฉินหมิงอย่างแรง หลี่เยว่หานรีบห้ามโดยทันที ถ้วยชาเบี่ยงไปเล็กน้อย กระแทกเข้าที่ข้างแก้มของเฉินหมิง ทำเอาเฉินหมิงตกใจจนปัสสาวะราด
“หรูหาน ลูกที่รัก เจ้าเป็นอะไรไป…” ฟางจื่อหลานรีบกอดหรูหานไว้ในอ้อมอก
หลี่เยว่หานมองจงเจิ้งอวี่ด้วยสีหน้างุนงง จงเจิ้งอวี่กลับไม่พูดอะไร ทางนั้นหรูหานร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็สงบลงเล็กน้อย แล้วพูดว่า “ท่านป้าฟาง พี่สาว ชายผู้นี้เคยเข้าไปในวังใต้ดิน!”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ทุกคนก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
หลี่เยว่หานมองจงเจิ้งอวี่ด้วยความตกใจ จงเจิ้งอวี่กระแอมเบา ๆ สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ พลางเบือนหน้าไปทางอื่น พูดเสียงเบาว่า “ข้าเคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้ และได้ยินเรื่องราวมาแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานสูดหายใจลึก ลุกขึ้นคำนับจงเจิ้งอวี่ แล้วกล่าวว่า “ขอร้ององค์รัชทายาทอย่าได้นำเรื่องนี้ไปเผยแพร่เลย”
“ข้าย่อมไม่น