อกยังคงไม่แสดงอาการใด ๆ ค่อย ๆ กล่าวว่า “เรื่องของตระกูลชุย ท่านมีเบาะแสแล้วหรือ”
“รอแค่องค์รัชทายาทมีรับสั่ง ข้าก็จะกำจัดคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ทันที”
“ท่านไม่ได้อยู่แต่ในค่ายชานเมืองหลวงตลอดหรอกหรือ? อีกอย่าง การจับคนก็ไม่ใช่หน้าที่ของแม่ทัพม้าเหล็กอย่างท่านนี่”
“ข้าอยู่ในค่ายทหาร แต่ก็มีคนใต้บังคับบัญชาอยู่นะ อีกอย่างข้าไม่ได้บอกว่าจะไปจับคนเอง ในเมืองหลวงยังมีท่านผู้ว่าการจากศาลประจำเมืองอยู่ไม่ใช่หรือ”
พอได้ยินคำพูดนี้ ดวงตาของจงเจิ้งอวี่ก็เปล่งประกายขึ้นทันที “ท่านผู้ว่าการเป็นคนของท่านจริง ๆ!”
เมิ่งฉีฮ่วนปฏิเสธ “ท่านช่างยกยอข้าเกินไป ท่านผู้ว่าการเป็นขุนนางในศาลประจำเมืองหลวง แม้แต่เสนาบดีกรมอาญายังไม่กล้ายุ่งด้วย ข้าจะไปซื้อตัวเขาได้อย่างไร”
“แปลกจริง เหตุใดท่านถึงมั่นใจว่าท่านผู้ว่าการจะไปจับคน” จงเจิ้งอวี่ถามไม่ลดละ
เมิ่งฉีฮ่วนมองจงเจิ้งอวี่ราวกับมองคนโง่ “หลักฐานมัดตัวเช่นนี้ เขาจะนิ่งดูดายได้หรือ อีกอย่างตอนนี้เขาและฮูหยินของข้ากำลังสร้างหมู่บ้านผู้อพยพกันอย่างคึกคัก เป็นที่นิยมของประชาชน รอแค่องค์รัชทายาทออกคำสั่ง คนของข้าก็จะส่งหลักฐานทั้งหมดไปที่โต๊ะท่านผู้ว่าการ แล้วจะส่งคนไปก่อเรื่องในเมืองหลวง รับรองว่าท่านผู้ว่าการสืบเท่าไหร่ก็ได้ผลเท่านั้น จับเท่าไหร่ก็ได้ตัวเท่านั้น”
พอได้ยินคำพูดนี้ จงเจิ้งอวี่ถึงกับสูดหายใจเฮือก “ท่านเพิ่งกลับเมืองหลวงได้ไม่นาน หากก่อนหน้าน