น้อย หูได้ยินเสียงร้องไห้จากด้านนอก เมื่อนึกถึงคำพูดของเมิ่งฉีฮ่วน เขาจึงก้าวออกมาจากรถม้า ยืนสง่าที่หัวรถ มองหญิงที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารถของตน แล้วกล่าวว่า “เจ้ามีความทุกข์ร้อนอันใด จงเล่ามาเถิด ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
เขาพูดพลางก้าวลงจากรถม้าโดยใช้ที่พักเท้า เดินไปหาหญิงผู้นั้นและพยุงนางให้ลุกขึ้น
น่าเสียดายที่หญิงผู้นั้นไม่กล้าลุกขึ้น ไม่เพียงแต่ไม่ลุก ยังกดให้เด็กน้อยสองคนชายหญิงที่อยู่ข้างกายก้มหัวคารวะจงเจิ้งอวี่สามครั้ง แล้วจึงร้องไห้พลางเล่าว่า “สามีของข้าน้อยเคยเป็นลูกจ้างของร้านจือเป่าจาย แต่เมื่อสามวันก่อน หลังจากเขาไปทำงานก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย ข้าน้อยไปตามหาที่ร้านจือเป่าจาย แต่ทุกคนในร้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็นสามีของข้าน้อย แม้แต่ร้านข้าง ๆ จือเป่าจาย ข้าน้อยก็ไปถามมาแล้ว ทุกคนบอกว่าไม่เคยเห็นสามีของข้าน้อย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น จงเจิ้งอวี่จึงเลิกคิ้วถาม “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? แล้วเจ้ามีหลักฐานที่แสดงว่าสามีของเจ้าทำงานที่ร้านจือเป่าจายหรือไม่?”
“มีเพคะ!” หญิงผู้นั้นรีบพยักหน้า ล้วงกระดาษปึกหนึ่งจากแขนเสื้อยื่นให้ “ทุกเดือนร้านจื่อเป่าจายจะคำนวณค่าแรงตามจำนวนชิ้นงานให้ลูกจ้างก่อน หลังจากลูกจ้างยืนยันและลงชื่อแล้ว จึงจะรับค่าแรงได้ นี่คือหลักฐานการรับค่าแรงของสามีข้าน้อยตลอดสองปีที่ทำงานที่ร้านจือเป่าจาย บนนั้นยังมีตราประทับของร้านและลายมือของผู้จัดการใหญ่ด้วย!”