สดงสีหน้าจริงจังขึ้นมา “พวกเขาคิดว่าหนูน้อยเยว่หานสร้างหมู่บ้านผู้อพยพผิดหรือ?”
“ก็อย่างนั้นแหละ! พวกคนไม่รู้จักอายนั่น กลับบอกว่าถ้าหมู่บ้านผู้อพยพนอกเมืองหลวงเจริญรุ่งเรือง ข่าวคราวจะแพร่ไปถึงมณฑลต่าง ๆ ผู้อพยพนอกเมืองหลักทุกมณฑลก็จะหลั่งไหลมาที่เมืองหลวง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของฮ่องเต้หลิงอวิ๋น ฮองเฮาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ต้องยอมรับว่า พวกขุนนางไร้เหตุผลใต้บังคับบัญชาของท่านครั้งนี้หาเหตุผลมาด่าทอได้จริง ๆ”
“ใช่หรือไม่เล่า!” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นพยักหน้า “เจ้าน่าจะเห็นตอนข้าโกรธต่อหน้าทุกคน แล้วหันหลังเดินจากมา แม้แต่ตอนที่พวกเขาวิ่งตามมาตะโกน ‘ฝ่าบาทโปรดทรงพิจารณา’ ข้าก็ไม่หันกลับไปมอง!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮองเฮาก็กลอกตาอีกครั้ง “นั่นท่านไม่หันกลับไปมองหรือ? ท่านแค่กลัวว่าถ้าเดินช้าพวกเขาจะขู่ฆ่าตัวตายอีกต่างหาก”
สมกับเป็นคู่สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมากว่ายี่สิบปี แม้ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นจะมีสตรีในวังมากมาย แต่ฮองเฮาก็ยังเป็นคนที่เข้าใจเขาที่สุด ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นถูกฮองเฮาพูดจนเขินอาย แต่ก็จับมือนางมาลูบเบา ๆ แล้วถามว่า “ถ้าเช่นนั้นตามความเห็นของฮองเฮา ครั้งนี้ควรช่วยเด็กคนนั้นอย่างไรดี?”
“เรื่องนี้ไม่ยากเลย” ฮองเฮาจ้องมองมือของนางที่ถูกฮ่องเต้หลิงอวิ๋นกุมไว้แล้วกล่าวว่า “แค่ไม่ให้ผู้คนอยู่ในหมู่บ้านผู้อพยพก็พอ เมื่อพวกเขามาหลบภัยในเมืองหลวง หลังจากภัยพิบัติผ่านพ้นไปก็ควรกลับไปยังที่เ