ัน บุตรคนโตเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของข้านะ!”
“อือ ๆ” เมื่อฮ่องเต้หลิงอวิ๋นเห็นฮองเฮาเริ่มขมวดคิ้ว จึงรีบออดอ้อนทันที
ฮองเฮาเบิกตากลมโตขึ้น ผลักฮ่องเต้หลิงอวิ๋นออกอย่างแรง แล้วลุกขึ้นยืนชี้นิ้วใส่เขาด้วยความโกรธ “ท่านนี่มันเป็นชายเลือดเย็นไร้น้ำใจและเห็นแก่ตัวจริง ๆ!”
“เจ้าใส่ร้ายข้า! อือ ๆ” ฮ่องเต้หลิงอวิ๋นไม่สนใจว่าตนเองมีอายุมากเพียงใดแล้ว ความน้อยใจผุดขึ้นมาทันที มองฮองเฮาด้วยสายตาราวกับนางเป็นคนทรยศหักหลัง
ฮองเฮาก็ทำอะไรกับฮ่องเต้หลิงอวิ๋นที่เป็นเช่นนี้ไม่ได้ จึงได้แต่หยิบลูกแพร์ที่เพิ่งกินไปไม่กี่คำแล้ววางไว้ขึ้นมาใส่ปาก ลูกแพร์ช่วยดับร้อน นางต้องลดความโกรธลงบ้าง มิเช่นนั้นสักวันคงถูกฮ่องเต้ที่ไม่เอาไหนผู้นี้ทำให้โกรธจนกระอักเลือดแน่!
ค่ายทหารชานเมืองหลวง
เมิ่งฉีฮ่วนอ่านจดหมายที่หลี่เยว่หานส่งคนมาให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า มุมปากมีรอยยิ้มที่มองอย่างไรก็หวานซึ้งอยู่ตลอด จนจงเจิ้งอวี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขนลุกซู่
“ท่านแม่ทัพของพวกเจ้าทำหน้าเช่นนี้ทุกครั้งที่เห็นจดหมายจากฮั่นหรงฟูเหรินหรือ?” จงเจิ้งอวี่ถามเฮ่อเจิ้งเทียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เบา ๆ
“ทูลตอบองค์รัชทายาท นี่เป็นครั้งแรกที่ท่านแม่ทัพของพวกข้าได้รับจดหมายจากท่านหญิงพ่ะย่ะค่ะ” เฮ่อเจิ้งเทียนตอบอย่างจริงจัง
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ จงเจิ้งอวี่ทำหน้าไม่เชื่อ
หากไม่ใช่เพราะเฮ่อเจิ้งเทียนอยู่ข้างกายเมิ่งฉีฮ่วนตลอด บางทีแม้แต่เฮ่อเจิ้งเทียนเองก็คงไม