อพยพนอกเมืองหลวงเพียงแห่งเดียว ย่อมทำให้ผู้คนทั่วแคว้นตงฮั่นที่พึ่งพาความช่วยเหลือเล็กน้อยจากหมู่บ้านผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามา หากมีผู้ไม่หวังดียุยงส่งเสริมเพียงเล็กน้อย ก็จะกลายเป็นพลังที่ไม่อาจมองข้าม
“ขุนนางหานพูดถูกต้อง” ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์ “แต่ขุนนางหานได้ศึกษาเรื่องการตั้งถิ่นฐานหลังจากสร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่หรือไม่?”
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” หานโฮ่วกวงก้มศีรษะ “แต่เรื่องนี้ไม่ขัดกับที่กระหม่อมกราบทูลไปก่อนหน้า”
“หานโฮ่วกวง เจ้าคงลืมไปว่าหมู่บ้านผู้อพยพมีทหารประจำการอยู่!” น้ำเสียงของฮ่องเต้เปลี่ยนไปทันที “การสร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่เป็นพระประสงค์ของฮองเฮา ทุกวันฮั่นหรงฟูเหรินจะส่งจดหมายเข้าวังถึงฮองเฮา ในจดหมายเขียนไว้ชัดเจนว่านางได้นำระบบทะเบียนราษฎร์ใหม่มาใช้ในหมู่บ้านผู้อพยพ ผู้อพยพที่ร่วมสร้างหมู่บ้านใหม่จะได้รับการจัดสรรที่อยู่อาศัยอย่างเหมาะสม ฮองเฮายังทรงอนุญาตให้แบ่งที่ดินห้าสิบหมู่รอบหมู่บ้านผู้อพยพเป็นเขตของหมู่บ้าน แบ่งตามจำนวนคน หากพวกเขาเต็มใจใช้สองมือทำงาน ก็จะไม่ต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม!”
“ฝ่าบาท กระหม่อมหมายถึงผู้อพยพจากที่อื่น…”
“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าหมู่บ้านผู้อพยพมีทหารประจำการ!” ฮ่องเต้มีสีพระพักตร์เย็นชา แสดงให้เห็นว่าไม่พอพระทัยหานโฮ่วกวง “เมื่อสร้างหมู่บ้านผู้อพยพเสร็จ ข้าจะออกพระราชโองการยกเลิกหมู่บ้านผู้อพยพนอกเมืองหลวง หลังจากนั้นให้ท้องถิ