่สุดจงเจิ้งอวี่ก็ทนไม่ไหว เก็บรอยยิ้มแล้วพูดอย่างจริงจัง “เมิ่งฉีฮ่วน เจ้ากลับมาช่วยข้าเพียงเพราะคำสั่งของฮ่องเต้หรือ? เจ้าไม่เคยคิดจะช่วยข้าด้วยใจจริงเลยหรือ?”
“ข้าน้อยไม่กล้า” เมิ่งฉีฮ่วนโยนคำพูดราชการที่แข็งกระด้างออกมาอีกประโยค
จงเจิ้งอวี่สูดหายใจลึกหลายครั้ง แล้วเอ่ยว่า “เจ้ากลับเมืองหลวงมานานแล้ว ควรรู้ว่าข้าไม่เกี่ยวข้องกับการตายของพี่ใหญ่ ทั้งหมดเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากจิ้งจอกอย่างองค์ชายรองนั่น ไม่เช่นนั้นหลายปีมานี้ข้าจะยังปลอดภัยดี และยังได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทได้อย่างไร!”
“องค์ชายตรัสถูกต้อง” ไม่ว่าจงเจิ้งอวี่จะพูดอะไร เมิ่งฉีฮ่วนก็เป็นเช่นนี้ ทำให้จงเจิ้งอวี่โกรธจนพูดจาสับสน
“อย่างไรข้าก็ได้ลัญจกรหยกมาแล้ว ไม่ว่าลัญจกรหยกจะยอมรับข้าในฐานะองค์รัชทายาทหรือไม่ ข้าก็เป็นองค์รัชทายาทแล้ว!” จงเจิ้งอวี่พูดพลางมองเมิ่งฉีฮ่วนอย่างโกรธ ๆ แล้วพูดออกมาอย่างไม่รู้ตัวว่า “หรือข้าจะทำลายลัญจกรหยกเสียเลย จะได้ไม่ต้องให้ลูกหลานรุ่นหลังต้องมาแย่งชิงลัญจกรหยกเล็ก ๆ นี้จนหัวร้างข้างแตก!”
หลังจากได้ยินคำพูดนั้น เมิ่งฉีฮ่วนจึงยอมมองจงเจิ้งอวี่ตรง ๆ เมื่อเอ่ยปากอีกครั้ง น้ำเสียงก็ไม่แข็งกระด้างเหมือนเมื่อครู่
“หากองค์รัชทายาทคิดเช่นนี้จริง นับเป็นโชคดีของแผ่นดิน” พอพูดจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็ยื่นมือไปหาจงเจิ้งอวี่
“ทำอะไรน่ะ” จงเจิ้งอวี่ทำหน้างุนงง
“ขอองค์ชายโปรดมอบลัญจกรหยกให้ข้าน้อย ข้าน้อยมีวรยุทธ