์แก่กล้า จะทำลายลัญจกรหยกต่อหน้าองค์ชาย เพื่อมิให้พระหัตถ์องค์ชายต้องบาดเจ็บพ่ะย่ะค่ะ”
จงเจิ้งอวี่ “…”
ในที่สุดจงเจิ้งอวี่ก็โกรธเมิ่งฉีฮ่วนจนทนไม่ไหว จึงจากค่ายชานเมืองไป
หลังจากกลับถึงเมืองหลวง จงเจิ้งอวี่ยิ่งคิดยิ่งโกรธ ยิ่งโกรธก็ยิ่งครุ่นคิดวนเวียน สุดท้ายถึงกับส่งตั๋วเงินมูลค่าสิบล้านตำลึงไปยังที่ว่าการ บอกว่าเป็นเงินบริจาคจากองค์รัชทายาทเพื่อสร้างหมู่บ้านผู้อพยพขึ้นใหม่
และยังประกาศอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าผู้คนว่า “ฮั่นหรงฟูเหรินเป็นผู้มีคุณธรรมสูงส่ง แม้จะเป็นเงินชดเชยที่มอบให้นาง แต่นางกลับไม่รับไว้แม้แต่น้อย ใช้ทั้งหมดเพื่อประชาชน ด้วยคุณธรรมเช่นนี้ของฮั่นหรงฟูเหริน นางสมควรได้รับการเรียกขานว่า ‘ฮั่นหรง’ แล้ว”
เดิมทีจี้ซินเยว่ได้จัดการให้คนไปเผยแพร่ข่าวลือว่าหลี่เยว่หานแค่ต้องการชื่อเสียง อาศัยมือนางทำความดี แท้จริงเป็นคนหน้าซื่อใจคด
แต่เมื่อจวนองค์รัชทายาทออกมารับรองการกระทำของหลี่เยว่หาน เท่ากับว่าฝ่ายในวังก็ล่วงรู้เรื่องที่หลี่เยว่หานทำ
หากตอนนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสื่อมเสียต่อหลี่เยว่หานก็คงไม่เป็นผลดี
ดังนั้นแผนที่จี้ซินเยว่เตรียมไว้อย่างดี จึงเงียบหายไปโดยไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ…
การพูดถึงการสร้างหมู่บ้านผู้อพยพใหม่นั้นง่าย การระดมทุนก็ง่าย แต่การลงมือทำจริงนั้นยากเหลือเกิน
เพราะทางใต้และตะวันตกเฉียงเหนือเกิดศึกสงครามพร้อมกัน ผู้คนมากมายหนีภัยมายังเมืองหลวง เนื่องจา