องเขาหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าคือสะใภ้ใหญ่ของตระกูลหลิ่ว” หลี่หรงหรงยิ้มมุมปากซึ่งดูแปลกใหม่ในสายตาหวังเหอฮวา “ส่วนเจ้าต่างหากที่เป็นอนุของหลิ่วจื้อหย่วน”
ไม่มีอะไรที่จะกระทบจิตใจได้มากกว่านี้แล้ว หวังเหอฮวารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นางแทบอยากจะตบหน้าหลี่หรงหรงสักสองสามครั้งเพื่อระบายความแค้นใจ
แต่ก่อนที่นางจะลงมือ หลี่หรงหรงก็เรียกสาวใช้สองคนที่ดูแข็งแรงเข้ามา “หวังอี๋เหนียงไม่รู้จักวางตัว ลอบมีสัมพันธ์กับบ่าวรับใช้ในบ้าน ไล่นางออกจากตระกูลหลิ่วเดี๋ยวนี้!”
คำพูดนี้ทำให้หวังเหอฮวารู้สึกเหมือนฟ้าผ่าลงตรงหน้า “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? ข้าลอบมีสัมพันธ์กับบ่าวรับใช้? หลี่หรงหรง เจ้าพูดปดแบบนี้สวรรค์จะลงโทษเจ้า!”
ทันทีที่นางพูดจบ ก็มีบ่าวรับใช้ร่างเล็กคนหนึ่งถูกลากเข้ามาโยนไว้ตรงหน้านาง หวังเหอฮวาถึงกับตระหนก “หลินจู้?!”
“แปลกใจใช่ไหมว่าทำไมเขายังมีชีวิตอยู่?” หลี่หรงหรงวางถ้วยชาลงพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะคืนที่เจ้าสั่งให้คนฆ่าเขา พอดีว่าพ่อข้าผ่านมา พ่อข้าถึงแม้จะไม่มีหัวคิดอะไรมากและปกติก็เชื่อฟังแม่ข้าไปเสียทุกอย่าง แต่เรื่องช่วยคนที่เดือดร้อนเขายังทำได้ดี คนคนนี้ถูกพ่อแม่ข้าช่วยไว้และเลี้ยงดูมา เจ้าคิดหรือว่าข้าจะเอาพวกเขามาจากอำเภอหย่งอันมาด้วยเพียงเพราะเรื่องสายสัมพันธ์ครอบครัว?”
“ข้าปรารถนาความรักใคร่จากครอบครัวก็จริง แต่ข้ารู้ดีว่าพ่อแม่ข้าเป็นคนเช่นไร หากไม่ใช่เพราะแม่ของข้