ไป…
ยิ่งคิด หวังเหอฮวายิ่งสิ้นหวัง จนกระทั่งถูกสาวใช้ลากโยนออกจากประตูใหญ่ของจวนหลิ่ว นางยังคงนั่งงงอยู่กับพื้นเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง แม้จะได้ยินเสียงหลิ่วจื้อหย่วนเรียกหานาง นางก็ยังไม่ตอบสนองใด ๆ
เมื่อหลี่หรงหรงจัดการหวังเหอฮวา ความสัมพันธ์ของนางกับหลิ่วจื้อหย่วนก็ลดลงจนเหลือเพียงความเย็นชา
ยามค่ำ หลิ่วฟูเหรินแวะมาที่ห้องของหลี่หรงหรงเพื่อดื่มชา เมื่อเห็นหลี่หรงหรงยิ้มอย่างอ่อนโยน ขณะอุ้มลูกสาวตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขน หลิ่วฟูเหรินจึงอดถามไม่ได้ด้วยความสงสัย “หรงหรง เจ้ากลัวหรือไม่ว่าจื้อหย่วนจะลำบากใจและอาจจะขอหย่าเจ้า?”
“ท่านแม่พูดอะไรกัน” หลี่หรงหรงยังคงยิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าไม่ได้ทำผิดข้อกำหนดทั้งเจ็ด สามีจะหย่าข้าได้อย่างไร ส่วนหวังอี๋เหนียง นางเป็นฝ่ายมีความสัมพันธ์กับบ่าวรับใช้ในบ้านเอง การที่ข้าจัดการนางนั้น สามีคงไม่ถึงกับโกรธเกลียดข้าเป็นแน่ ไหนเลยข้ายังมีพี่สาวคอยหนุนหลังข้าอยู่ไม่ใช่หรือ?”
หลิ่วฟูเหรินได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก
การที่หลี่หรงหรงรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดีทำให้หลิ่วฟูเหรินรู้สึกพอใจ แต่เรื่องที่หลี่หรงหรงบอกว่ามีหลี่เยว่หานคอยหนุนหลังนั้น หลิ่วฟูเหรินกลับรู้สึกแคลงใจ
หากหลี่เยว่หานสามารถลืมความบาดหมางในอดีตและกลับมาปรองดองกับหลี่หรงหรงได้จริง ๆ ในตระกูลหลิ่วนี้ หลี่หรงหรงคงจะมีอำนาจล้นมือเป็นแน่
หลี่หรงหรงเป็นคนที่เก่งกาจในการสังเกตสีหน้าและอารมณ์ของผู้อื่น เม