่หรงหรง อีกฝ่ายก็จะทำตัวสงบเสงี่ยม และต้องใช้ความพยายามมากกว่าจะได้ผล แต่การโน้มน้าวให้เกิดความเข้าใจผ่านวิธีอ้อมค้อมดูจะเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า ซึ่งไม่รู้ว่าจะเรียกว่าดีหรือไม่
เรื่องของตระกูลหลิ่วจบลงเรียบร้อย แต่ทางหลี่เยว่หานกลับยุ่งยากขึ้นอีกครั้ง
“จดหมายข้าให้คนส่งไปให้เจ้าแล้วนะ แต่ท่านลุงของเจ้าส่งเด็กมาบอกว่าให้เจ้ากลับบ้าน อย่าอยู่เล่นในเมืองหลวงต่อไปเลย เหตุใดเจ้าถึงไม่ฟังเสียที!” หลี่เยว่หานจนปัญญากับเหยียนจื่อเซียงที่ทำตัวเหมือนเด็กดื้อจริง ๆ
“ข้าไม่สน! ข้าจะอยู่ที่นี่เจ้าค่ะ ข้าจะรอให้ท่านลุงพบข้าให้ได้ เขาต้องยุ่งติดขัดอะไรอยู่แน่ ๆ จึงยังไม่มาพบข้า ข้าไม่ยอมกลับไปมือเปล่าหรอก!” เหยียนจื่อเซียงเอ่ยอย่างไม่พอใจ แสดงสีหน้าไม่ยินยอมพร้อมใจสุด ๆ
หลี่เยว่หานถึงกับหมดคำจะพูด ได้แต่พยายามอดทนปลอบโยน “จื่อเซียง เจ้าพักอยู่ในบ้านข้าเช่นนี้ ไม่เหมาะสมตามธรรมเนียมเอาเสียเลยนะ!”
“เช่นนั้นข้าจะไปพักที่โรงเตี๊ยม!” เหยียนจื่อเซียงว่าและทำท่าจะออกไปทันที หลี่เยว่หานจึงต้องรีบห้ามไว้
“เจ้าเป็นเด็กสาวจะไปพักโรงเตี๊ยมคนเดียวอันตรายนัก เจ้าไม่รู้หรือไร?” หลี่เยว่หานนวดขมับที่เต้นตุบ ๆ ด้วยความหงุดหงิด “เด็กที่ท่านลุงเจ้าส่งมาก็บอกชัดเจนแล้วว่าเมืองหลวงยามนี้วุ่นวายมาก เขาเตือนว่าไม่ควรให้เด็กสาวอย่างเจ้าอยู่ที่นี่ เรื่องการค้าควรฟังคำพ่อแม่และพี่ชาย เหตุใดเจ้าถึงไม่ฟังเลยเล่า?”
เหยียนจ