าความสนุกให้ตัวเองบ้างสิ”
ยังไม่ทันที่หลี่เยว่หานจะพูดอะไร เหยียนจื่อเซียงก็แสดงอาการไม่พอใจขึ้นมาก่อน นางเดินไปตีมือของเวินเทียนเหล่ยที่กำลังจะประคองหลี่เยว่หาน แล้วทำหน้าดุดัน “ทำอะไรน่ะ! ไม่รู้หรือว่าบุรุษหญิงสาวไม่ควรแตะต้องกัน! ท่านห้ามทำตัวเหลวไหลเช่นนี้!”
พูดจบ เหยียนจื่อเซียงก็ประคองหลี่เยว่หานให้นั่งลงที่หนึ่ง ส่วนตัวนางเองก็นั่งลงข้าง ๆ หลี่เยว่หานเช่นกัน
เวินเทียนเหล่ยได้แต่ลูบจมูกตัวเองด้วยความลำบากใจ เมื่อหันไปก็พบว่าที่นั่งของตนถูกเหยียนจื่อเซียงยึดเอาไว้แล้ว เขาจึงแสดงท่าทีไม่พอใจ “เจ้าลุกขึ้นมา ข้ามาหาพี่เยว่ก็เพื่อคุยเรื่องสำคัญ เจ้าจะมายึดเก้าอี้ข้าทำไม!”
“ในห้องโถงนี้มีเก้าอี้ตั้งหลายตัว ทำไมท่านถึงต้องเจาะจงเอาตัวที่ก้นข้านั่งอยู่!” เหยียนจื่อเซียงสวนกลับทันทีโดยไม่ยอมเสียพื้นที่ให้ ทำเอาเวินเทียนเหล่ยถึงกับเงียบไป
เวินเทียนเหล่ยทำได้เพียงหาที่นั่งตัวอื่นนั่งลงอย่างเศร้าสร้อย และไม่ลืมบ่นอุบอิบว่า “หญิงสาวอะไรกัน ทำไมถึงมีคำพูดอย่าง ‘ก้น’ มาอยู่ในปากได้…”