านั้น ผู้ดูแลเก่าของจวนนี้ก็เป็นคนที่มีพื้นฐานความยากลำบาก แม้จะได้รับเงินเดือนที่ไม่น้อยในแต่ละเดือน แต่ก็ยังคงชินกับการสวมใส่ผ้าหยาบ ๆ ต้องให้หลี่เยว่หานพูดกล่อมอยู่นาน ถึงจะยอมเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่เป็นผ้าฝ้ายคุณภาพดีขึ้นบ้าง
เหตุใดความประหยัดมัธยัสถ์ของบ้านนี้ถึงได้กลายเป็น…ดูเหมือนคนจนไม่มีจะกินไม่มีจะใส่ในสายตาของเวินเทียนเหล่ยได้?
“ท่านเวินผู้ยิ่งใหญ่ ดูท่าลมปากจะพัดมาถึงจวนขุนพลของข้าแล้วสินะ” หลี่เยว่หานเข้ามาพร้อมกับทำหน้าขรึม สีหน้าดูไม่พอใจจนเหยียนจื่อเซียงเองก็คิดว่าหลี่เยว่หานโกรธจริง ๆ
เวินเทียนเหล่ยที่กำลังพูดอย่างสนุกสนาน บ่นถึงผู้ดูแลจนถึงกับทำจมูกไม่เป็นจมูก ตาไม่เป็นตา พอได้ยินเสียงของหลี่เยว่หาน เขาก็รีบปรับท่าทีให้เป็นระเบียบทันที พร้อมกับสบตากับผู้ดูแลที่มองมาด้วยความไม่เข้าใจ แล้วกระซิบเสียงเบา “ฮูหยินของขุนพลจวนนี้เป็นเจ้าโชคของข้านะ ข้าแค่พูดเล่นเท่านั้น อย่าได้บอกนางเชียว!”
“ให้เจ้ามาพูดเล่นในจวนขุนพลเช่นนี้ หากเรื่องนี้แพร่ออกไปจริง ๆ คนอื่นจะไม่คิดว่าจวนขุนพลของข้ารังแกบ่าวรับใช้หรือ?” หลี่เยว่หานซึ่งประสาทสัมผัสทั้งหกถูกหล่อเลี้ยงด้วยน้ำพุวิญญาณจนล้ำลึก ย่อมได้ยินทุกคำที่เวินเทียนเหล่ยกระซิบอย่างชัดเจนแม้ว่าเขาจะบีบเสียงพูดเบา ๆ ก็ตาม
“ข้าแค่พูดเล่นเท่านั้นเอง” เวินเทียนเหล่ยทำหน้าเศร้าพร้อมลุกขึ้นมาทักทายหลี่เยว่หาน “ก็เจ้าปล่อยให้ข้ารอนาน ข้าก็ต้องห