ไหม?”
“เยว่หาน เจ้าเข้าใจผิดแล้ว พวกข้าไม่ได้หมายความแบบนั้น” เมิ่งฉีฮ่วนมองหลี่เยว่หานด้วยสีหน้าจริงจัง “ถ้าหมายความแบบนั้นจริง ข้าก็คงบอกเจ้าตรง ๆ ไปแล้ว!”
“ใช่แล้ว” เวินเทียนเหล่ยพยักหน้ารัวเหมือนลูกไก่จิกข้าว “พวกข้าทำเพื่อเจ้าทั้งนั้นแหละ!”
หลี่เยว่หานมองเมิ่งฉีฮ่วน แล้วก็มองเวินเทียนเหล่ย รู้สึกว่าทั้งสองคนนี้กำลังร่วมมือกันวางแผนเอาเปรียบนางอยู่
“เวินเทียนเหล่ย ไอ้สารเลว!” เหยียนจื่อเซียงที่เมาหลับไปบนเตียงลุกขึ้นมาด่าลั่น “ยังจะมาอ้างว่าจะช่วยจัดการกิจการให้ตระกูลข้า ให้ตระกูลข้าได้ตำแหน่งพ่อค้าหลวง สุดท้ายกลับยึดธุรกิจของตระกูลข้าไปอยู่ใต้อำนาจตัวเองหมดโดยไม่ทันรู้ตัว ไอ้สารเลว!”
เมื่อเหยียนจื่อเซียงพูดออกมาเช่นนั้น สีหน้าของเวินเทียนเหล่ยและเมิ่งฉีฮ่วนก็แสดงความอึดอัดใจเป็นอย่างมาก
หลี่เยว่หานเข้าใจในทันที “เสบียงทหารไม่พอใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่!” เมิ่งฉีฮ่วนส่ายหน้าแรง ๆ
หลี่เยว่หานจึงหันไปมองเวินเทียนเหล่ย “หรือว่าอยู่ว่างเกินไป?”
“ก็ไม่ใช่!” เวินเทียนเหล่ยส่ายหน้าเช่นกัน
“พวกเจ้าจงบอกความจริงแก่ข้ามา! แท้จริงแล้วต้องการทำสิ่งใด!” ในที่สุด หลี่เยว่หานก็แสดงสีหน้าโกรธเคืองออกมา มองไปยังเวินเทียนเหล่ยและเมิ่งฉีฮ่วนที่นั่งเงียบอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
เมิ่งฉีฮ่วนเกรงกลัวที่สุดเมื่อหลี่เยว่หานโกรธจึงรีบปลอบโยนนาง “อย่าโกรธเลย อย่าโกรธ ระวังสุขภาพจะแย่ลงนะ”
“ถ้าอย่างนั้