ม่พูดอะไรสักคำ
“ถ้าไม่เช่นนั้นจะปล่อยให้วังหลานถูกรังแกเปล่า ๆ หรือ” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ดังนั้นข้าจึงล่าช้าไปหลายวันจัดการกับหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งให้เรียบร้อยก่อนจึงกลับมา” เวินเทียนเหล่ยกล่าวพลางถอนหายใจ “เหยียนจื่อเซียงก็มาด้วยกัน เพียงแต่นางไม่คิดว่าสถานที่ที่พวกเราจะพบกันจะอยู่ที่หอแดง เด็กสาวคนนั้นฉลาดนัก ตอนนี้กำลังเล่นสนุกกับหญิงงามอันดับหนึ่งอยู่แล้ว”
หลี่เยว่หานได้ยินว่าเหยียนจื่อเซียงมาด้วย ความไม่พอใจบนใบหน้าก็จางลงไปไม่น้อยจึงถามทันที “เจ้าจัดการกับหลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งอย่างไร? ได้ถามออกมาหรือไม่ว่าใครเป็นคนบอกเรื่องของข้าให้พวกเขาทั้งสองรู้? เป็นหลี่หรงหรงใช่หรือไม่?”
“หลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งสองคนนี้ก็แค่อยากได้เงินเท่านั้น อีกทั้งยังเป็นพวกรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนแข็งแกร่ง แรกเริ่มพวกเขาได้รับเงินยี่สิบตำลึงจากวังหลาน ข้าได้ชดเชยให้วังหลานแล้ว ทางโรงปักผ้าก็ได้เพิ่มการคุ้มครองแล้วเช่นกัน สองสามีภรรยานั้นจะก่อเรื่องอีกก็ไม่อาจทำอะไรวังหลานได้” เวินเทียนเหล่ยตอบอย่างใจเย็น “ส่วนเรื่องที่ว่าใครเป็นคนบอกเรื่องของเจ้าให้หลี่ต้าเฉิงและหวังเฟิ่งรู้นั้น เจ้าเข้าใจหลี่หรงหรงผิดแล้ว ตามที่ หวังเฟิ่งบอกเป็นหวังเหอฮวาที่บอกนาง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของหลี่เยว่หานก็หม่นลงทันที “หวังเหอฮวานังคนคนกวนอึนี่!”
“พรืด” เมิ่งฉีฮ่วนที่ไม่ได้พูดอะไรมาตลอดหัวเราะขึ้นมาเพราะ