พียงใด ที่จริงข้าควรกลับมาตั้งแต่สี่วันก่อน แต่ที่ล่าช้ามาจนถึงตอนนี้ ก็เพราะที่ อำเภอฮัวซีนั่น บิดาและมารดาเลี้ยงของเจ้าก่อเรื่องใหญ่โตมาก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็ขมวดคิ้ว “หลี่ต้าเฉิงกับหวังเฟิ่งน่ะหรือ? ข้าได้ยินหลี่หรงหรงบอกว่าหวังเฟิ่งตั้งครรภ์และป่วยอยู่มิใช่หรือ? เหตุใดจึงก่อเรื่องได้? แล้วจากที่ท่านพูดมา ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับวังหลานด้วย?”
“ใช่แล้วหลี่ต้าเฉิงกับหวังเฟิ่งไม่รู้ไปได้ยินมาจากที่ไหนว่าเจ้ายังไม่ตาย พอสืบถามอย่างละเอียดก็รู้ว่าวังหลานได้รับบุญคุณจากเจ้า แล้วก็รู้อีกว่าเหยียนจื่อเซียงก็ได้รับบุญคุณจากเจ้าเช่นกัน พอสืบต่อไปอีก โอ้ ยังมีเรื่องที่ท่านกวนจากโรงเตี๊ยมอวิ๋นไหลเคยอยากสู่ขอเจ้าอีก” เวินเทียนเหล่ยพูดพลางถอนหายใจ “ท่านกวนกับเหยียนจื่อเซียงไม่ใช่คนที่ใครจะมาหาเรื่องได้ง่าย ๆ ดังนั้น หวังเฟิ่งจึงเล็งเห็นวังหลานอ้างว่าตนเป็นมารดาของผู้มีบุญคุณ แล้วก็ไปรีดไถเงินจากวังหลานมาไม่น้อยเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เยว่หานก็โกรธทันที “หวังเฟิ่งบ้านี่! ก่อนหน้านี้ข้าได้ยินหลี่หรงหรง บอกว่านางตั้งครรภ์และป่วยอยู่ ข้าก็ยังรู้สึกว่านางน่าสงสาร ไม่นึกเลยว่านางจะทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้ นางเอาเงินไปจากวังหลานเท่าไหร่?”
“ข้าเดาได้ทันทีว่าเจ้าต้องรู้เรื่องนี้แล้วจะนำเงินไปชดเชยให้วังหลานแน่” เวินเทียนเหล่ย กล่าวพลางชำเลืองมองเมิ่งฉีฮ่วนหลายครั้ง แต่เมิ่งฉีฮ่วนกลับไ