พูดคุยกับท่านป้า ข้าซึ่งเป็นผู้ชายก็ไม่ควรไปแอบฟัง จึงหยิบหนังสือมาอ่านฆ่าเวลา” เมิ่งฉีฮ่วนทำหน้าไร้เดียงสา “แต่เดิมข้าตั้งใจจะไปเยี่ยมท่านอาและท่านปู่ แต่จวนกั๋วกงใหญ่เกินไป ถ้าไม่มีเจ้าอยู่ข้างๆ ข้ากลัวจะหลงทาง จึงยืนรออยู่แถวๆ ศาลาหอม”
ฟางจื่อหลานฟังแล้วก็พอเข้าใจ จึงเรียกคนมาพาหลานสาวหลานลงไป แล้วหันไปขอโทษหลี่เยว่หาน “ขอโทษนะ หลี่เยว่หาน ข้าคิดไม่ถึงจึงไม่ได้บอกเจ้าก่อนที่จะไปบอกหลานหลาน เด็กคนนั้นมีความคิดเป็นของตัวเอง ข้าไม่คิดเลยจริงๆ ว่านางจะออกมาเอง…”
เมิ่งฉีฮ่วนพอจะรู้เรื่องในฮั่วหลังบ้าง พอหลานสาวหลานปรากฏตัว ก็พอเดาได้ว่าเป็นอย่างไร แต่ต่อหน้าฟางจื่อหลาน เมิ่งฉีฮ่วนก็ต้องรักษาหน้าให้หลี่เยว่หาน
“ท่านป้าพูดอะไรเช่นนั้น ที่จริงข้าต่างหากที่ล่วงเกิน ที่นี่เป็นฮั่วหลัง ถึงข้าจะตามหลี่เยว่หานกลับมาเยี่ยมบ้าน แต่ข้าก็เป็นบุรุษภายนอก ไม่ควรอยู่ในฮั่วหลังนานๆ” ขณะพูด เมิ่งฉีฮ่วนวางหนังสือไว้บนเก้าอี้ ยื่นมือไปจูงมือหลี่เยว่หาน แล้วหันไปมองฟางจื่อหลานพูดว่า “ข้าเข้าใจน้ำใจของท่านป้า แต่ชั่วชีวิตนี้ข้าขอแค่หลี่เยว่หาน เพียงคนเดียวก็พอแล้ว”
ได้ยินคำพูดนี้แล้ว ฟางจื่อหลานและหลี่เยว่หาน พร้อมใจกันมองไปที่เมิ่งฉีฮ่วน
หลังจากนั้น ได้ยินเมิ่งฉีฮ่วนเอ่ยเสียงเบาว่า “หนึ่งชีวิต หนึ่งโลก คู่ชีวิตคู่เดียว เป็นความฝันของเยว่หานและก็เป็นความฝันของข้าด้วย”