หญ่กว่าในเมืองหลวง แต่ว่าท่านหลิ่วไม่เห็นด้วย ฮูหยินรองตระกูลหลิ่วจึงโกรธ จึงบอกว่าจะอาศัยในภัตตาคารปาเซียน ไม่ยอมไปยังจวนเล็กของฮูหยิน”
“ข้าว่าท่านหลิ่วคงโกรธจัดแล้ว จึงตัดสินใจที่จะทิ้งฮูหยินรองตระกูลหลิ่วไว้ที่ภัตตาคารปาเซียน และเขียนหนังสือหย่าทิ้งไว้ฉบับหนึ่ง”
หลังจากที่ได้ฟังเช่นนี้ หลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วนก็รู้สึกว่าพูดไม่ออก
“โชคดีที่คนในตระกูลหลิ่วยังมีจิตใจดี ไม่เช่นนั้นหากได้ฟังคำพูดของอนุภรรยาคนนี้ของตระกูลหลิ่ว พวกเขาก็คงจะต้องเสียเงินฟรีแล้ว” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าวพลางหัวเราะ
ตระกูลหลิ่วยังดำเนินการในหย่งอันได้อย่างมั่งคั่ง ย่อมจะมีจิตใจที่ไม่ธรรมดา แต่ไม่รู้ว่าทำไม อนุภรรยาคนนี้กลับกล้าข่มเหง “หลิ่วฟูเหริน” หลี่เยว่หานโกรธแค้น
“ฮูหยิน ข้าได้ยินฮูหยินรองตระกูลหลิ่วพูดกับท่านหลิ่วพลางยกเรื่องความเมตตาในอดีตขึ้นมา พอข้าสอบถาม ได้ความว่าพ่อแม่ของฮูหยินรองตระกูลหลิ่วนั้นได้เสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่มสาวเพราะปกป้องท่านหลิ่วจากโจร ฮูหยินรองตระกูลหลิ่วจึงได้รับการยกเข้ามาในตระกูลหลิ่ว”
ตลอดเวลาที่เฮ่อเจิ้งเทียนอยู่กับเมิ่งฉีฮ่วน เขาก็เข้าใจหลี่เยว่หานมาบ้าง นอกจากนี้ เวลาที่เมิ่งฉีฮ่วนและหลี่เยว่หานคุยกัน ก็แทบจะไม่พยายามหลบหลีกเขา จึงทำให้เฮ่อเจิ้งเทียนรู้ว่าหลี่เยว่หานชอบฟังเรื่องนินทา จึงได้ไปสืบเพิ่มเติมมาอีกหนึ่งเรื่อง
เมื่อได้ฟังถ้อยคำของเฮ่อเจิ้งเทียน หลี่เยว่หานก็อดที่จะถอนห