คิ้วก็สั่งให้เฮ่อเจิ้งเทียนไปหาข้อมูลว่าเกิดอะไรขึ้น
“ข้าไม่เคยพบฮูหยินผู้นี้มาก่อน เข้าใจว่าเป็นฮูหยินเอกของท่านหลิ่ว จนเมื่อข้าไปที่ตระกูลหลิ่วจึงได้ทราบว่าหลิ่วฟูเหรินมิใช่นาง” หลี่เยว่หานเอานิ้วชี้ไปที่หญิงสาวที่กำลังกอดต้นขาของหลิ่วเทียนเสียงและเอ่ยกับเมิ่งฉีฮ่วน
“นางผู้นี้เป็นญาติห่าง ๆ ของตระกูลหลิ่ว ลูกพี่ลูกน้องของหลิ่วเทียนเสียง เป็นอนุภรรยาของตระกูลหลิ่ว หลิ่วฟูเหรินเป็นผู้จิตใจดี ส่วนอนุภรรยานางนี้กลับปากร้าย แต่ว่าเพื่อความสงบสุขในบ้านหลิ่วฟูเหรินจึงปฏิบัติต่ออนุภรรยานางนี้เป็นอย่างดี เจ้าคงจะได้พบกับนางเมื่อครั้งที่หลิ่วฟูเหรินจงใจหลีกหนีให้นางออกหน้า” เมิ่งฉีฮ่วนลูบศีรษะของหลี่เยว่หาน
“เจ้ารู้จักเรื่องราวของตระกูลหลิ่วดีมากเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ข้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไป๋อวิ๋นในเขตอำเภอหย่งอันมาสองสามปี จึงได้รู้เรื่องพื้นเพของเจ้าของบ้านผู้มั่งคั่งของอำเภอหย่งอันนี้”
“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าอนุภรรยาผู้นี้กำลังทำอะไรอยู่”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ในระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกัน เหอเจิ้งเทียนก็เสร็จสิ้นการสืบข่าวและกลับมาแล้ว
“นายท่าน ฮูหยิน สาเหตุที่เกิดความวุ่นวายนั้น เนื่องจากฮูหยินรองตระกูลหลิ่วไม่พอใจเรื่องที่ฮูหยินสร้างจวนไว้ให้เล็กเกินไป อาศัยอยู่ก็ไม่สบายใจ จึงต้องการให้ผู้ดูแลร้านอวี้นำโฉนดของจวนหลังเล็กของฮูหยินออกมา เพื่อที่ตนเองจะนำไปขายเสีย แล้วก็จะนำเงินไปซื้อจวนหลังใ