้มลงจูบที่ขมับของหลี่เยว่หาน
สองคนบนเตียงงีบอีกเล็กน้อย หลี่เยว่หานนอนต่อไม่ไหวแล้ว จึงลุกไปอาบน้ำ พอแต่งตัวเสร็จ เมิ่งฉีฮ่วนก็ตื่นขึ้นมาพอดี
“ฮูหยิน” หมิงจูเห็นหลี่เยว่หานแต่งตัวเสร็จแล้ว ขณะที่สั่งให้คนใช้เตรียมอาหารเช้า ก็พูดว่า “ผู้ดูแลร้านอวี้มารอฮูหยินตั้งแต่เช้าตรู่ อยู่ที่โถงต้อนรับ บอกว่ามีธุระสำคัญต้องแจ้งเจ้าค่ะ”
หลังจากได้ยินที่อีกฝ่ายพูด หลี่เยว่หานก็มองหมิงจูแล้วพูดว่า “ให้เชิญผู้ดูแลร้านอวี้เข้ามา”
หมิงจูรับคำสั่งแล้วรีบถอยออกไป
“ทำไมรู้สึกว่ากินอาหารเช้าได้น้อยนัก” เมิ่งฉีฮ่วนบ่นไปพลางตักโจ๊กปลาให้หลี่เยว่หาน หลี่เยว่หานไม่พูดอะไร นั่งรอเงียบ ๆ
ไม่นานนัก ผู้ดูแลร้านอวี้ก็ตามหลังหมิงจูมาปรากฏตัวต่อหน้าหลี่เยว่หานและเมิ่งฉีฮ่วนอย่างรีบร้อน
“ข้าน้อยขอคารวะท่านแม่ทัพ ขอคารวะฮูหยิน” ผู้ดูแลร้านอวี้ทำความเคารพแล้วถอนหายใจ พลางกล่าวว่า “ข้าน้อยได้รับข่าวเมื่อกลางดึกว่า คนของตระกูลหลิ่ว เมืองหย่งอันเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว เกรงว่าอีกฝ่ายจะต้องการมาหาฮูหยิน พวกข้าน้อยเลยมารอเฝ้าตั้งแต่เช้าตรู่”
หลี่เยว่หานรู้แล้วก็เงยหน้าเหลียวมองผู้ดูแลร้านอวี้พลางขมวดคิ้ว “รู้หรือไม่ คนของตระกูลหลิ่วมาพักกันที่ไหน?”
“รู้ขอรับ อยู่ที่ภัตตาคารปาเซียนของฮูหยิน” ผู้ดูแลร้านอวี้พูดต่อว่า “คนเหล่านั้นเข้าพักเมื่อคืนตอนเที่ยงคืน มีทั้งหมดสิบสองคน รวมน้องสาวต่างมารดาของฮูหยินด้วย นางมาคนเดียวพร้อมกับ