ข่าวคุณหนูใหญ่ได้อีกค่อไป ในคราวแรกซิงกั๋วกง มักส่งคนไปสอบถามท่านหมอเพื่อช่วยข้าน้อยและยังไปหาข่าวเกี่ยวกับคุณหนูอยู่บ่อย ๆ ก่อนที่จะเริ่มท้อใจไปอย่างช้า ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ข้าน้อยก็ทราบดีขอรับว่าท่านซิงกั๋วกงรอคอยคุณหนูใหญ่อยู่เสมอและไม่มีทางรู้สึกอับอายเมื่อได้ทราบความจริงทั้งหมดอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินสิ่งที่จี้หยางพูดแล้ว หลี่เยว่หานก็ตกตะลึง
“ดูผลของสิ่งที่เจ้าทำสิ” เมิ่งฉีฮ่วนยิ้ม “หากจี้หยางไม่ได้ป่วยหนักจนทำให้ไม่ได้ติดต่อสอบถามข่าวคราวไปนาน การที่เขาเคยเป็นคนจากจวนซิงกั๋วกงน่าจะทำให้ข้าได้ข่าวอย่างรวดเร็ว”
“…” หลี่เยว่หานไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรในเวลานี้ แค่รู้สึกว่าโชคชะตากำลังเล่นตลกกับผู้คนมากเกินไป หลังจากบอกให้จี้หยางเลิกคุกเข่าก็เริ่มถามด้วยความสงสัย “ซิงกั๋วกงไม่ได้เอาภาพคุณหนูใหญ่ให้เจ้าดูงั้นหรือ”
“ข้าน้อยได้ดูแล้วขอรับ” จี้หยางค่อมศีรษะ “หากไม่ใช่เพราะคุณหนูและคุณหนูใหญ่ดูคล้ายคลึงกัน แม้ว่าคุณหนูจะช่วยรักษาอาการของข้าน้อยแล้วก็คงไม่สามารถยกหอฟ่านเทียนให้คุณหนูได้ ว่าไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายว่าจะถูกเตรียมการไว้ก่อนแล้ว”
หลี่เยว่หานพูดไม่ออก
เมิ่งฉีฮ่วนมองดูท่าทางหดหู่ของนาง จับมือนางเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “มันไม่สำคัญเลย หากเจ้าไม่ต้องการนับญาติกับพวกเขา ที่ต้องทำก็เพียงแค่ให้จี้หยางเก็บเรื่องนี้เป็นความลับเท่านั้น เวลานี้เจ้าเป็นเจ้านายเขาแล้ว เขาจะต้องฟังคำสั่งเ