ระเกียรติยิ่ง”
หลี่เยว่หานไม่แน่ใจนักว่าผู้พูดเป็นใคร จึงเพียงโค้งขอบคุณบุคคลนั้นแล้วทำความเคารพก่อนเอ่ยอย่างมั่นใจ “ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ข้าน้อยเป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้าน โดยธรรมดาแล้วจึงไม่อาจทราบเรื่องมารยาทผู้ดีได้เท่าสตรีชั้นสูง แต่แม้ว่าข้าจะยังตื้นเขินนักเรื่องมารยาท แต่ก็รู้ดีว่าเมื่อแต่งงานเป็นภรรยาใครแล้วต้องเชื่อฟังสามี และเมื่อสามีเสียชีวิตก็ต้องเชื่อฟังลูก ๆ เนื่องจากฮูหยินเฉินไม่มีบุตรก็ควรเคารพเชื่อฟังผู้อาวุโส ควรหรือไม่ที่จะกล่าววาจาเช่นนั้นต่อสามีของผู้อื่น”
ว่าจบหลี่เยว่หานก็คุกเข่าลง “หม่อมฉันรู้ว่าฮูหยินเฉินมีมิตรไมตรีที่ดีกับสามีของหม่อมฉันในฐานะมิตรสหายตั้งแต่ก่อนที่นางจะแต่งงานออกเรือน แต่หลายปีที่ผ่านมานี้หม่อมฉันและสามีก็สร้างสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาต่อกันแล้วเช่นกัน การที่ฮูหยินเฉินทำเช่นนี้ ไม่ต่างจากการยั่วยวนบุรุษที่แต่งงานมีภรรยาแล้ว นอกจากนี้ฮูหยินเฉินก็ยังเป็นฮูหยินหลวง เช่นนี้เป็นฮูหยินเฉินต่างหากที่ทำเรื่องเสื่อมเสียหาใช่หม่อมฉัน”
หลี่เยว่หานพูดโดยที่น้ำเสียงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป แต่กลายเป็นว่าทุกคนในห้องโถงอยู่ในอาการสับสน
สิ่งที่นางกล่าวทั้งหมดยิ่งฟังก็ยิ่งสมเหตุสมผลมาก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สมเหตุสมผลที่จะทำกับฮูหยินเฉินถึงขนาดนี้เช่นเดียวกัน…
ทว่าการที่ไปบอกเมิ่งฉีฮ่วนด้วยตนเอง ว่ายังบริสุทธิ์อยู่เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่ไร้ยางอายมากจริง ๆ…
“หลี่เยว่หาน