ข้าหรือที่ยั่วยุเจ้า เจ้าต่างหากที่จงใจจะทำลายชื่อเสียงข้าให้เสื่อมเสีย” จี้ซินเยว่แทบคุมตัวเองไม่อยู่ นางไม่คาดคิดว่าหลี่เยว่หานจะกล้าพูดเช่นนี้ต่อหน้าพระพักตร์
นางเห็นว่าหลี่เยว่หานแอบฟังอยู่ จึงได้ตั้งใจพูดเช่นนั้นกับเมิ่งฉีฮ่วนให้อีกฝ่ายได้ยินด้วย เพราะเจตนาจะให้คู่สามีภรรยาทะเลาะกันเอง จะได้เข้าใกล้การหย่าร้างมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้คำพูดที่นางเลือกใช้ยังเป็นคำพูดที่คิดมาดีแล้วว่าสตรีที่ไหนก็คงไม่กล้าเอาออกมาพูดต่อหน้าผู้คน จี้ซินเยว่ไตร่ตรองมาแล้วว่าแม้หลี่เยว่หานจะโวยวายไม่พอใจก็คงไม่มีทางพูดเรื่องน่าอายเช่นนี้ออกมาต่อหน้าพระพักตร์
แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเต็มใจเปิดเผยเรื่องนี้ออกมาอย่างไม่อายแม้แต่น้อย…
“เจ้าไม่ได้ยั่วยุข้า แต่เจ้ายั่วยวนสามีข้า กล้าปฏิเสธหรือ” หลี่เยว่หานกล่าวพลางจ้องไปทางจี้ซินเยว่เขม็ง “แม้ข้าจะไม่เข้าใจเรื่องมารยาทชั้นสูงของเมืองหลวง แต่ข้าก็เข้าใจว่าสิ่งที่เจ้าพูดออกมาไม่ใช่เรื่องที่หญิงม่ายควรจะมาพูดกับสามีของคนอื่นอย่างแน่นอน”
“เจ้าพูดจาไร้สาระ ข้าไม่เคยพูดคำเหล่านั้น” จี้ซินเยว่ไม่มีแรงจะไปคิดถึงเมิ่งฉีฮ่วนอีกต่อไป เวลานี้ต้องคิดเรื่องการรักษาชื่อเสียงของตนเองเอาไว้ให้ได้
นางคิดมาก่อนว่าหากหลี่เยว่หานจะถึงกับลากตนเองมาประจานต่อหน้าพระพักตร์ว่านางยั่วยวนเมิ่งฉีฮ่วนก็เพียงแค่จะร้องไห้และกล่าวว่าเพียงแค่ทักทายกันสองสามคำอย่างมิตรสหายเท่านั้น แต่ไม่คาดคิด