ว่าหลี่เยว่หานจะมาไม้นี้
หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ นางไม่เพียงจะเสื่อมเสียชื่อเสียงที่สู้อุส่าห์รักษาไว้ตลอดมาไป แต่ยังจะต้องถูกมองเป็นคนหยาบคายที่อิจฉาคนอย่างหลี่เยว่หานอีกด้วย
ไม่คาดคิดเลยจริง ๆ ว่าหลี่เยว่หานจะเอาสิ่งที่นางพูดออกมากล่าวต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้
“ฝ่าบาท เหนียงเหนียงเพคะ” หลี่เยว่หานอยู่ในอาการสงบนิ่ง ต่างจากจี้ซินเยว่ที่กำลังจะบ้าคลั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างสิ้นเชิง “สิ่งที่ฮูหยินเฉินกล่าวจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ก็เพียงแค่ให้นางข้าหลวงจากตำหนักฉู่ซิ่วกงมาตรวจสอบเท่านั้นก็จะกระจ่างได้เพคะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนก็ต่างพากันกระซิบกระซาบ
แม้แต่ฮูหยินคนหนึ่งที่ค่อนข้างสนิทสนมกับจี้ซินเยว่ยังแอบเอ่ยขึ้นว่าหลี่เยว่หานนั้นช่างกล้าหาญทำเอามารดาของจี้ซินเยว่โกรธจนตัวสั่น นางชี้ไปทางหลี่เยว่หานและเริ่มสาปแช่งขึ้นมา “เจ้า ช่างไร้มารยาท ไร้การอบรมสั่งสอน บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าใครใช้ให้มาทำลายชื่อเสียงบุตรสาวข้าถึงในพระตำหนักจิ่งอู่ ต่อหน้าพระพัตร์เช่นนี้กล้าถามเรื่องส่วนตัวขึ้นมาอย่างไร้ยางอายตามใจชอบได้งั้นหรือ”
“ฮูหยิน สตรียั่วยวนบุรุษที่แต่งงานแล้วต่างหากที่ไร้ยางอายไม่ใช่ข้าเสียหน่อย” หลี่เยว่หานกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ฝ่าบาท เหนียงเหนียงเพคะ โปรดให้มีการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของฮูหยินเฉินด้วยเพคะ”
พิสูจน์งั้นหรือ นี่มันเรื่องไร้สาระแบบใดกัน หากทดสอบว่าจี้ซินเยว่ไม่ได้บริสุทธิ์อีกต่อไปแล้