ว เช่นนั้นจะได้เอาผิดหลี่เยว่หานว่าใส่ความนางอย่างนั้นหรือ
แล้วจะตรวจสอบเรื่องนั้นได้หรือ
“คำพูดของฮั่นหรงฟูเหรินทำให้ข้าสับสนมาก” มีคนบ่นขึ้นมาแล้วเริ่มสาปแช่ง “ฮูหยินเฉินเป็นม่ายมาหลายปีหลังจากที่ใต้เท้าเฉินเสียไปแล้ว เป็นที่รู้กันว่านางแทบไม่ออกไปไหนและไม่คิดเป็นอื่น เรื่องยั่วยวนผู้อื่นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร กล้าใส่ความผู้อื่นโดยไม่มีมูลเช่นนี้ ไม่รู้จักตำแหน่งของตนเองเลยสักนิด”
“ตำแหน่งของข้างั้นหรือ” หลี่เยว่หานพูดด้วยเสียงเย็นชา “ข้าคือฮูหยินจวนแม่ทัพและยังได้รับบรรดาศักดิ์จากฝ่าบาทให้เป็นฮั่นหรงฟูเหริน ข้าทำสิ่งใดไม่เหมาะสมงั้นหรือ เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญที่ข้ามีชาติกำเนิดต่ำต้อยหรือเป็นเพียงสาวชาวบ้าน แม้เป็นเพียงไพร่จากชนบทก็ยังรู้ตัวว่าสิ่งใดไม่สมควรพูด เวลานี้ข้าอยู่ในหมู่ชนชั้นสูงเสียอีกด้วย ทุกคนควรจะเข้าใจว่าสตรีแต่งงานแล้ว แม้จะเป็นม่ายสูญเสียสามีไปแล้วก็ไม่ควรทำเช่นนั้นเลย”
“อย่างน้อยข้าก็สามารถพูดได้ว่าหากวันหนึ่งสามีข้าต้องพลีชีพเพื่อแผ่นดินไปแล้ว ข้าก็จะไม่มีวันไปพูดจายั่วยวนสามีคนอื่นแน่นอน”
เมิ่งฉีฮ่วนเพิ่งตามเข้ามาหลังจากความวุ่นวายเกิดขึ้นแล้ว เขาบังเอิญมาถึงเมื่อนางพูดเรื่องนี้อยู่พอดี ทำเอาเขาทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเอ่ยขึ้น “ฮูหยิน เจ้ากล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร กำลังตั้งครรภ์อยู่อย่าคุกเข่าบนพื้นเย็น ๆ เช่นนั้นเลย”
หลังพูดจบก็เข้ามาพยุงหลี่เยว่หานขึ้นจา