นางกล่าวขอบคุณนางกำนัลก่อนจะพาคังโหรวเข้าสู่พระราชวังเฟิงฉี
ในพระราชวังเฟิงฉีมีนางกำนัลรออยู่แล้ว ทันทีที่หลี่เยว่หานปรากฏตัวขึ้นก็มีนางกำนัลก้าวมาด้านหน้าเพื่อทำหน้าที่นำทาง
โชคดีที่แม้พระราชวังเฟิงฉีจะยิ่งใหญ่ แต่มันก็มิใช่ใหญ่โตมากนัก ไม่นานหลี่เยว่หานก็ได้พบเจอกับฮองเฮาผู้สง่างาม
แต่ในขณะนั้น ฮองเฮาผู้สง่างามตรงหน้ากำลังพยายามเอาเค้กคำใหญ่ใส่ปากด้วยท่วงท่าที่ไม่ค่อยสง่างามนัก อาจเป็นเพราะว่ากลัวริมฝีปากจะเปรอะเปื้อน
“เหนียงเหนียง เหนียงเหนียง ฮั่นหรงฟูเหรินมาแล้วเพคะ” นางกำนัลข้างกายของฮองเฮารีบร้องเตือน
ฮองเฮาจึงตระหนักได้ถึงสถานการณ์ เวลานี้นางรีบดื่มน้ำพร้อมกลืนขนมอบทั้งหมดลงคอ ก่อนจะเผยสีหน้าสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นางโบกมือให้หลี่เยว่หานที่ยืนรออยู่ด้านนอกเข้ามาด้านใน
จนกระทั่งหลี่เยว่หานเข้ามาใกล้ ฮองเฮาพินิจมองใบหน้าของนางสักครู่ก่อนจะเอ่ยปากจิ๊จ๊ะ “หากปล่อยให้ชายชราจากตำหนักซิงกั๋วพบกับเจ้า จะต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่แล้ว”
“เหนียงเหนียงหมายถึงเรื่องมารดาของหม่อมฉันใช่หรือไม่เพคะ?” หลี่เยว่หานเอ่ยปาก และฮองเฮาบอกกล่าวให้นางนั่งลงได้
“ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะพูดเรื่องนี้กับเจ้าแล้ว” ฮองเฮาพยักหน้ารับ “ข้าคิดว่าหากฮ่องเต้ไม่ฟังคำใส่ร้ายผู้อื่นที่คิดว่าตำหนักซิงกั๋วจะก่อกบฏ เขาคงจะไม่เรียกตำหนักซิงกั๋วและครอบครัวทั้วหมดให้ไปตั้งรกรากในเมืองเหอเป่ยแน่แล้ว และหากเป็นเช่นนั้นมา