ี่เป็นเวลากลางวันแสก ๆ ซ้ำยังไม่กลัวด้วยว่าหากมีขุนนางรู้เรื่องนี้เข้า แล้วจะเอาไปรายงานต่อฝ่าบาทเพื่อกล่าวโทษเจ้า”
ได้ยินดังนั้น หลี่เยว่หานพลันระบายยิ้มเสียจนตาหยีแล้วมองไปยังจี้ซินเยว่ “ข้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวง จึงไม่ได้คบค้าสมาคบกับฟูเหรินหรือคุณหนูจากตระกูลใด ไม่ทราบว่าข้าไปสนิทชิดเชื้อกับเฉินฟูเหรินตั้งแต่เมื่อไหร่จนถึงขั้นเรียกพี่สาวน้องสาวกันได้”
“แน่นอนว่าเจ้าย่อมไม่รู้” จี้ซินเยว่เห็นหลี่เยว่หานจงใจหลีกเลี่ยงหัวข้อเรื่องผู้ชาย ดังนั้นนางจึงมองว่าหลี่เยว่หานกำลังกลัว ในใจยิ่งโอหังอวดดีขึ้นอีกหลายส่วน “อย่างไรเสีย พื้นเพของเจ้าก็มาจากครอบครัวยากจน หากไม่ใช่เพราะหยิบยืมชื่อเสียงของแม่ทัพเมิ่ง สามีของเจ้า ตำแหน่งฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่งนี้ เห็นทีว่าคงไม่ได้รับแต่งตั้ง”
ทว่าหลี่เยว่หานกลับพยักหน้า “แท้จริงแล้วเฉินฟูเหรินก็ทราบว่าข้ามีสามีแล้ว แล้วเหตุใดถึงกล่าวหาข้าด้วยคำพูดเหลวไหลว่าขังบุรุษสองคนไว้ในจวนตอนกลางวันแสก ๆ กันเล่า? หรือการที่สามีของข้าพบปะกับสหายที่ดีในจวนนั้นเป็นความผิดของข้าอย่างนั้นหรือ?”
เอ่ยจบ หลี่เยว่หานก็มองไปยังเมิ่งฉีฮ่วนที่อยู่ข้าง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปดึงแขนเสื้อของเขาเบา ๆ ด้วยใบหน้ากล้ำกลืนความอยุติธรรม ดูราวกับว่าเป็นเรื่องจริง
จี้ซินเยว่มองดูคนทั้งสองพลอดรักกันภายใต้จมูกของนาง ก็พลันริษยาจนไร้สติ เอ่ยตำหนิเสียงเย็น “ยื้อ ๆ ยุด ๆ กันไปมาต่อหน้าธารกำน