ัล เจ้าช่างไร้ยางอายเสียจริง!”
“เฉินฟูเหริน ข้าและภรรยารักใคร่กันดี เหตุใดต้องละอายด้วย?” เมิ่งฉีฮ่วนเข้ามาขวาง ดึงหลี่เยว่หานให้หลบอยู่ข้างหลังตัวเอง “เฉินฟูเหรินอยู่ในเมืองหลวงมานานจนไม่อาจแยกแยะระหว่างความสูงศักดิ์และความต่ำต้อยได้แล้วกระมัง”
“เจ้า…” จี้ซินเยว่ไม่คาดคิดว่าเมิ่งฉีฮ่วนจะตำหนินางเพื่อหลี่เยว่หานจริง ๆ ม่านหมอกปกคลุมดวงตากลมโตของนางอยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวเสียใจมากจนอยากจะหลั่งน้ำตา โชคดีที่นางยังมีจุดแข็งอยู่บ้าง จึงไม่ได้เสียน้ำตาต่อหนาธารกำนัล แต่กลั้นน้ำตาไว้ รวบรวมเศษเสี้ยวของสติเอาไว้ แล้วเอ่ยถามกลับไปว่า “เจ้าบอกว่าข้าแยกสูงต่ำไม่ออก หรือเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเองก็เป็นฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่งเช่นกัน?”
“แต่เจ้าไม่มีตำแหน่ง!” เวินเทียนเหล่ยตะโกนออกมาว่า “เยว่หานไม่เพียงแต่ได้รับบรรดาศักดิ์ฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่งเท่านั้น ทว่ายังได้รับแต่งตั้งให้เป็นฮั่นหรงฟูเหรินจากฝ่าบาท เจ้าว่าใครสูงศักดิ์ ใครต้อยต่ำเล่า?”
เมื่อถูกเวินเทียนเหล่ยตะคอกใส่อย่างตรงไปตรงมา จี้ซินเยว่พลันชะงักงัน
ไม่ใช่ว่านางไม่ได้คิดถึงเรื่องที่ว่าหลี่เยว่หานมีตำแหน่ง ด้วยมารดาของนางก็ได้เอ่ยเตือนถึงเรื่องนี้ในตอนที่นางออกจากจวน
แต่นางไม่คาดคิดเลยว่าหญิงชาวบ้านนางหนึ่งที่เพิ่งมาเมืองหลวงและได้รับการแต่งตั้งเพียงชั่วข้ามคืนจะรู้ถึงจุดพลิกผันของมัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการยกตำแหน่งมาข่มนาง
“ทำไมไม่พูดอะไรเลย