เล่า?” เวินเทียนเหล่ยทนมองท่าทางเชิดหน้าลอยตาไม่ต้องการเสียหน้าของจี้ซินเยว่ไม่ไหว คราวนี้เขาจึงกระโดดอย่างเริงร่า “เจ้ากลัวใช่หรือไม่? เสแสร้งต่อไปไม่ไหวแล้วสิ? ในเมื่อเจ้ารู้ว่าเยว่หานสูงศักดิ์และเจ้าเองต่ำต้อยกว่า เหตุใดจึงยังยืนนิ่งอยู่บนรถม้า ไม่รีบลงมาคำนับฮั่นหรงฟูเหรินล่ะ?”
เมื่อได้ยินวาจาเหล่านี้ จี้ซินเยว่ก็กลับมามีสติอีกครั้ง แต่ดวงตาของนางกลับจ้องมองไปยังใบหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนพร้อมร่องรอยแห่งความลังเลใจอยู่หลายส่วน แล้วเอ่ยว่า “เหวินจั๋ว ข้าต้องลงไปคำนับนางหรือไม่?”
ตอนนี้ไม่เพียงแต่หลี่เยว่หาน แม้แต่เวินเทียนเหล่ยและผู้คนที่เฝ้าดูรอบ ๆ ต่างก็มองไปยังเมิ่งฉีฮ่วนเป็นตาเดียว
ทุกคนรู้เรื่องราวของบุรุษมากความสามารถและสตรีผู้เพียบพร้อมในตอนนั้นไม่มากก็น้อย ทันทีที่ได้ยินนางเรียกเมิ่งฉีฮ่วนว่า เหวินจั๋ว ความรู้สึกเสียใจพลันตีขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจของพวกเขาให้กับคู่รักอันเหมาะสมจากสรวงสวรรค์ที่ทุกคนเคยพบเห็น ถึงขนาดที่ว่าหลายคนเริ่มตะโกนว่าฮั่นหรงฟูเหรินไม่คู่ควรกับเมิ่งฉีฮ่วน…
“แน่นอนว่าเจ้าต้องคำนับภรรยาของข้า” เมิ่งฉีฮ่วนพูดโดยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยน “แม้ว่าจะได้รับบรรดาศักดิ์ฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่งเหมือนกัน และเจ้าได้รับการแต่งตั้งก่อนเยว่หาน ทว่าเยว่หานได้รับการแต่งตั้งจากฝ่าบาทด้วยพระองค์เอง อีกทั้งยังได้รับการยกย่องให้เกียรติด้วยการใช้คำว่าฮั่นอันเป็นนามของแคว้น ด้วยเหตุนี้