ถึงแม้ว่าฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่งจะอยู่ที่นี่ทั้งหมด ก็ล้วนแล้วแต่ต้องเคารพเยว่หาน”
เมื่อถ้อยคำเหล่านี้ถูกเอ่ยออกมา เสียงโห่ร้องจากรอบ ๆ ก็จางหายไป จี้ซินเยว่รู้สึกอับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน นอกจากอยากจะรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็ว นางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!
“เฉินฟูเหรินจะไปแล้วหรือ?” ขณะที่จี้ซินเยว่รู้สึกสับสนและต้องการกลับเข้ารถม้า ทันใดนั้นหลี่เยว่หานก็เอ่ยขึ้น “ข้าหวังว่าเรื่องในวันนี้เฉินฟูเหรินจะไม่โกรธ ข้าเองไม่ต้องการต่อล้อต่อเถียงเรื่องสูงศักดิ์หรือต้อยต่ำแต่อย่างใด เพียงแต่สามีของข้าอดรนทนไม่ไหวจริง ๆ เมื่อเห็นว่าข้าถูกรังแก”
ได้ของถูกแล้วยังทำเป็นเชื่อฟัง*[1] นี่คือหลี่เยว่หาน
จี้ซินเยว่ซึ่งกำลังหันหลังกลับเข้าไปในรถม้า เมื่อได้ยินคำพูดดังกล่าว หัวใจของนางก็ยิ่งร้อนผ่าวจนทนไม่ไหว ไม่สนมารยาทใดอีก รีบรุดเข้าไปในรถม้าทันที
เพียงครู่เดียว รถม้าของจวนตระกูลเฉินก็อยู่ห่างไกลออกไป
“เฮ้อ น่าสงสารคู่หนุ่มทองสาวหยกในตอนนั้นนัก โชคชะตาช่างเล่นตลกกับมนุษย์จริง ๆ” โดยไม่รอให้คนรอบข้างแสดงอารมณ์ใดออกมา เวินเทียนเหล่ยก็คร่ำครวญขึ้นมาโดยพลัน
ทันทีที่ทุกคนได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็มุ่งความสนใจไปที่เรื่องซุบซิบอีกครั้งทันที
หลี่เยว่หานไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร เพียงหรี่ตาลง มองดูแล้วน่าสงสารยิ่ง
“คุณชายเวิน เจ้ากำลังพูดเหลวไหลอะไรกัน” เมิ่งฉีฮ่วนรีบแสดงจุดยืน ไม่ใช่แค่กับหลี่หาน แต่รวมถึงผู้คน