นึ่งแท่งให้กับขันทีผู้นำราชโองการมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ลำบากให้ท่านต้องเป็นฝ่ายเดินทางมาแล้ว เมื่อร่างกายของข้าดีขึ้น จะไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเพื่อขอบพระทัยในพระเมตตา”
“ฮั่นหรงฟูเฟรินเกรงใจเกินไปแล้ว หลังจากนี้จะมีหมอหลวงจากในวังมาดูแลเรื่องสุขภาพจนกว่าฟูเหรินจะคลอด อีกทั้งทางราชสำนักจะจัดราชองครักษ์มาคอยปกป้องดูแลความปลอดภัยแก่ฟูเหริน ฝ่าบาทตรัสว่าฮั่นหรงฟูเฟรินมิต้องคิดอะไร นอกจากให้กำเนิดบุตรอย่างปลอดภัยเพียงเท่านั้น”
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
หลังจากแสร้งแสดงความนอบน้อมและคล้อยตามขันทีผู้นำราชโองการมาอยู่สักพัก ก็สามารถส่งเขากลับไปในได้ในที่สุด นางเข้าใจดี เรื่องที่นางได้รับแต่งตั้งเป็นฮูหยินหลวงขั้นที่หนึ่ง ฮั่นหรงฟูเหรินนี้ ในขณะที่ขันทีนำพระราชโองการออกจากพระราชวังมา ย่อมต้องถูกแพร่งพรายไปสู้จวนต่าง ๆ ตั้งแต่ในคราวแรก ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาประชุมขุนนาง เสนาอำมาตย์ทั้งหลายก็ล้วนทราบเรื่องนี้กันแล้วทั้งนั้น
และตอนนี้ สิ่งที่นางต้องทำก็คือการรออยู่ที่จวน
เรื่องที่นำมู่ชวนและหลิงซีมาเป็นสาน์สรับรองนี้ หลี่เยว่หานไม่ได้ปรึกษาหารือกับเวินเทียนเหล่ย ไม่ต้องพูดถึงเมิ่งฉีฮ่วน
นางรู้ว่าวันนี้เมิ่งฉีฮ่วนจะมาเยือนที่จวนของนางด้วยความโกรธเต็มเปี่ยม
ดั่งคาด ก่อนเที่ยงวัน ก็ได้ยินเสียงหวีดยาวของม้าทางหน้าประตู ตามมาด้วยเสียงตื่นตระหนกของยามเฝ้า