เทียนให้กับ จี้หยาง ในขณะที่ช่วยให้ร่างกายของเขาปรับสมดุล ก็ปล่อยให้เขาค่อย ๆ รวบรวมกลุ่มอิทธิพลและหูตาในหอฟ่านเทียน
แม้ว่าเด็กสาวในหอฟ่านเทียนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับบางฝ่าย แต่หนังสือสัญญาการขายตัวของพวกนางก็ยังอยู่ในมือของจี้หยาง ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับจี้หยางในการทำเรื่องเหล่านี้ ส่วนพวกผู้มีอำนาจเบื้องหลังจะรู้หรือไม่ ตราบใดที่คนที่ออกหน้าคือจี้หยาง สำหรับพวกเขาแล้ว ชายผู้นี้ก็เป็นเพียงจี้หยางที่คอยจัดการดูแลเรื่องต่าง ๆ ในหอฟ่านเทียนของตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่องานของพวกเขา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเมิ่งฉีฮ่วนซึ่งมีเอี่ยวอยู่ในหอฟ่านเทียนนี้ ทั้งยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าหอฟ่านเทียนถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของหลี่เยว่หานแล้ว
หลังจากส่งเวินเทียนเหล่ยกลับไปแล้ว หลี่เยว่หานก็ยืนนิ่งอยู่ที่ประตูจวนอยู่ครู่หนึ่ง ประสาทสัมผัสทั้งห้าและวิญญาณทั้งหกอันเฉียบคมของหญิงสาวทำให้นางสามารถระบุคนที่ถูกส่งมาเฝ้าจับตาดูอยู่หน้าประตูจวนทั้งหลายได้อย่างรวดเร็ว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็สาวเท้าก้าวเดินไปหาคนจากจวนตระกูลเฉินคนหนึ่งซึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าขายบะหมี่และเอ่ยว่า “บะหมี่ชามหนึ่ง”
ผู้ที่ยืนขายบะหมี่อยู่พลันชะงักงัน ไม่มีการตอบสนองใดอยู่สักพัก
หลี่เยว่หานเลิกคิ้ว “ไม่ได้ขายหรอกหรือ?”
“อ๊า… อ๊า… ขาย ๆ ๆ แม่นางเชิญนั่ง!” คนขายบะหมี่รีบทักทายหลี่เยว่หานและกล่าวบอกให้นั่งลง จากนั้น