จึงหันหลังกลับไป
หลี่เยว่หานไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร เพียงนั่งลงที่โต๊ะ พลางมองไปรอบ ๆ แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็สะอาด
“บะหมี่มาแล้ว!” เสียงตะโกนยาวจากพ่อค้า พร้อมชามบะหมี่หยางชุนที่ถูกวางตรงหน้าหลี่เยว่หาน “แม่นางทานให้อร่อย!”
หลี่เยว่หานพยักหน้ารับ แล้วหยิบเงินสิบอีแปะโยนมันเข้าไปในอ้อมแขนของพ่อค้าพลางเอ่ย “ข้าไม่กล้ากินหรอก อย่างไรเสีย บะหมี่นี่ก็วางยาลงไปด้วย หากข้ากินไป ลูกของข้าคงไม่รอด กลับไปบอกจี้ซินเยว่ว่าอย่าได้เปลืองสมองเสาะหาช่องทางอีก เพราะนางจะไม่ได้อะไรเลย”
เอ่ยจบ หลี่เยว่หานก็ลุกขึ้นและมุ่งหน้าไปทางประตูจวน
คนขายบะหมี่คนนั้นตัวแข็งค้างยืนนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับเงินสิบอีแปะในมือ พวกเดียวกันที่อยู่โดยรอบต่างมองกันไปมา ข้ามองเจ้า เจ้ามองข้า ทุกคนล้วนไม่รู้ว่าสตรีนางนี้รู้ได้อย่างไรว่าพวกเขามาจากไหน แต่หลังจากเฝ้าดูมานาน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นใบหน้าของหลี่เยว่หาน
เดิมทีคิดว่าผู้หญิงจากต่างแดนนั้นมีหน้าตาที่สวยเย้ายวน แต่ใครกันคาดคิดว่า ‘ตั๋วอีเอ่อร์’ คนนี้กลับมีหน้าตาคล้ายชาวจงหยวนจนคิดว่านางเป็นคนจงหยวนเสียด้วยซ้ำไป
ด้วยความคิดนี้ พวกเขากล่าวทักทายกันเล็กน้อย ก่อนจะถอนคนออกไปทั้งหมด
ทว่าไม่นานหลังจากที่พวกเขาถอนตัวออกไป ข่าวของฮูหยินแม่ทัพ ‘ตั๋วอีเอ่อร์’ ก็ถูกแพร่งพรายไปในเมืองหลวงอย่างเงียบ ๆ ทุกคนล้วนแล้วแต่รู้เรื่องนี้กันทั้งสิ้น ฮูหยินแม่ทัพนั้นมีนามว่าหลี่เยว่หา