นปลอมใหอึดอัดใจด้วย” เวินเทียนเหล่ยกล่าวพร้อมมองไปยังหลี่เยว่หาน “วางใจเถอะ ข้าบอกท่านพ่อของข้าถึงเรื่องของเจ้าแล้ว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เจ้าคือคุณหนูห้าแห่งตระกูลเวิน ไม่ใช่หลี่เยว่หานจากหมู่บ้านเฮยถู่”
“ไม่จำเป็น” หลี่เยว่หานส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธเจตนาอันดีของเวินเทียนเหล่ย “ในเมื่อข้าเองต้องยืนหยัดในเมืองหลวง และต้องรักษาชื่อเสียงของการเป็นฮูหยินแม่ทัพเอาไว้ ข้าจึงไม่อาจพึ่งพาแรงกำลังภายนอกได้ แต่ถึงกระนั้น ข้าก็จะเดินเข้าจวนแม่ทัพอย่างหนักแน่นเพียงพอพร้อมกับทรัพย์สินมหาศาลของตัวเอง”
“เช่นนั้นแล้ว หลังจากเหวินจั๋วเปิดเผยตัวตนของเจ้า เจ้าไม่ได้วางแผนว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างนั้นหรือ?” เวินเทียนเหล่ยชะงัก “หากเจ้าอยู่ที่นี่จะไม่เป็นการเพิ่มอันตรายให้ตัวเองหรอกรึ?”
“ข้ามีแผนของข้า” ไม่ใช่ว่าหลี่เยว่หานไม่อาจไว้วางใจเวินเทียนเหล่ยได้ ทว่าสิ่งที่นางแอบซุ่มทำอย่างลับ ๆ มาในช่วงระยะหนึ่งเดือนนี้นั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง แต่ไม่สะดวกที่จะพูดออกมาตรง ๆ
ไม่ว่าใครก็คาดไม่ถึงว่าในเวลาเพียงหนึ่งเดือน หอฟ่านเทียน หอบุปผาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงได้กลายเป็นหมูในอวย*[3]ของหลี่เยว่หานแล้ว
แม้แต่เมิ่งฉีฮ่วนเองก็ไม่รู้ หลี่เยว่หานจัดการเรื่องนี้ในแบบที่สวรรค์ไม่ทราบ ผีสางไม่รู้สึก
[1] สวรรค์ไม่ทราบ ผีสางไม่รู้สึก หมายถึงเป็นการกระทำที่เป็นความอย่างยิ่งโดยไม่มีใครค้นพบ
[2] เหยียบจมูกขึ้นหน้