าจะเดินจะพูดก็ต้องจีบปากจีบคอ เหนื่อยมากจริง ๆ เจ้าฟังข้า หย่าร้างกับเหวินจั๋วเสีย แล้วพวกเราก็หาเงินเลี้ยงดูตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี สบายอกสบายใจ และเป็นสุข”
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน เวินเทียนเหล่ยเริ่มยุยงส่งเสริมให้หลี่เยว่หานหย่าร้างกับสามี เมิ่งฉีฮ่วนก็นั่งไม่ติดขึ้นมาโดยพลัน “เยว่หาน เจ้าอย่าไปฟังเจ้าสารเลวเวินเทียนเหล่ยนี่ เจ้ารอดูเถิด ข้ารับประกันว่าก่อนมื้อเย็นวันนี้ ทั่วทั้งเมืองหลวงจะได้รู้ว่าเจ้าคือคนของข้า!”
เอ่ยจบ เมิ่งฉีฮ่วนก็หันหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองไปยังแผ่นหลังของเขา หลี่เยว่หานก็ถอนหายใจพลางเอ่ยเสียงอ่อน “ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้อีก”
“ฮึ่ม ข้าไม่อาจทนดูได้” เวินเทียนเหล่ยกอดอกพลางยกชาขึ้นดื่ม “เหวินจั๋วนั้นใจอ่อน และสงสารที่จี้ซินเยว่เป็นม่ายตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยเหตุนี้จึงไม่อยากจะปะทะกับนางซึ่งหน้า อีกทั้งคนตระกูลเฉินยังลอยไปลอยมาอยู่ใต้เปลือกตาเจ้า แต่ข้าไม่ใจอ่อน ข้าไม่ชอบจี้ซินเยว่มาโดยตลอด แม้ในตอนนั้นที่เหวินจั๋วใกล้ชิดสนิทสนมกับนาง ก็หลีกเลี่ยงสตรีนางนี้มาตลอด ซ้ำยังไม่รู้สึกเห็นใจนางเลยแม้แต่น้อย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของหลี่เยว่หานก็หนักอึ้งขึ้นมา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการที่เมิ่งฉีฮ่วนเปิดเผยตัวตนของข้า ก็ไม่ใช่เรื่องดีสำหรับข้าเช่นกัน”
“ด้วยความสามารถของเจ้าในเยามนี้ การปกป้องตัวเองย่อมไม่ใช่เรื่องยาก เหตุใดจึงต้องซ่อนอยู่หลังตัวต