อย่าอ้าปากหุบปากเหมือนปลาขาดน้ำเช่นนี้” หลี่เยว่หานเอ่ยแล้วก้มศีรษะลงเพื่อจิบชา
“เจ้ารู้จักจี้ซินเยว่หรือไม่” เวินเทียนเหล่ยถามอย่างระมัดระวัง
ก่อนที่หลี่เยว่หานจะได้เอ่ย เสียงชายผู้หนึ่งพลันดังขึ้น “เวินเทียนเหล่ย เจ้าเพิ่งมาถึงเมืองหลวงก็วิ่งโร่มาหาเยว่หานเพื่อเคี้ยวโคนลิ้น*[1]แล้วงั้นหรือ ดูท่าจะว่างเกินไปเสียแล้วกระมัง?”
เป็นเมิ่งฉีฮ่วน!
เมื่อเห็นเมิ่งฉีฮ่วน เวินเทียนเหล่ยนั้นประหลาดใจไม่น้อย ทว่าหลี่เยว่หานกลับนิ่งสงบ
ชายผู้นี้แอบปีนข้ามกำแพงมานอนกับนางทุกคืน โดยก่อนรุ่งสางเขาก็ตื่นขึ้นแล้วปีนข้ามกำแพงอออกไป ทำอย่างนี้มาเป็นเวลาหนึ่งเดือนติดต่อกันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแม้เพียงนิด
เขาไม่เคยมาเยี่ยมเยียนที่จวนในตอนกลางวัน แต่วันนี้เดาว่าคงได้ยินข่าวว่าเวินเทียนเหล่ยมาแล้ว ชายหนุ่มจึงนั่งไม่ติด
“ข้าจะเคี้ยวโคนลิ้นได้อย่างไรกัน!” เวินเทียนเหล่ยไม่พอใจ “เจ้าเข้ามาทางประตูหน้า ไม่เห็นหรืออย่างไรว่ามีคนของตระกูลเฉินมาเฝ้าดูที่หน้าจวน?”
“พวกเขามาเฝ้าดูกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ปล่อยให้เฝ้าดูต่อไปจะเป็นอะไรไป” สีหน้าของเมิ่งฉีฮ่วนฉายชัดถึงความไม่แยแส ก่อนจะวางท่านั่งลงข้าง ๆ หลี่เยว่หาน “เจ้าต่างหาก ทันทีที่มาถึงเมืองหลวงก็วิ่งโร่มาพูดคุยกับเยว่หานถึงเรื่องจี้ซินเยว่ มีเจตนาแอบแฝงใดหรือไม่”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เวินเทียนเหล่ยจึงแสดงสีหน้าว่าถูกใส่ร้าย “ใครมีเจตนาแอบแฝงกัน!